ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5975/2533

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อในหัวข้อรายการแห่งคดีในคำฟ้องอุทธรณ์ แต่ร่วมลงชื่อในคำขอท้ายอุทธรณ์ ถือว่าได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไ

หลักกฎหมาย

การที่ผู้คัดค้านที่ 2 ไม่ได้ระบุชื่อในหัวข้อรายการแห่งคดีในคำฟ้องอุทธรณ์ แต่เนื้อหาและเหตุผลคัดค้านรวมถึงคำขอท้ายอุทธรณ์ระบุร่วมกันกับผู้คัดค้านที่ 1 แสดงว่าผู้คัดค้านทั้งสองร่วมอุทธรณ์มาในฉบับเดียวกัน การพลั้งเผลอหลงลืมดังกล่าวไม่ทำให้เจตนาอุทธรณ์เสียไป ศาลอุทธรณ์ต้องวินิจฉัยคดีให้ผู้คัดค้านที่ 2 ต

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 3201 เลขที่ดิน 287 หน้าสำรวจ 1019 หมู่ที่ 1 ตำบลทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี เนื้อที่ 33 3/4 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นทนายความให้ผู้คัดค้านที่ 1 ทำคำคู่ความร่วมกันมาตลอดตั้งแต่ศาลชั้นต้น และทั้งสองแพ้คดีร่วมกัน ในการยื่นอุทธรณ์ ผู้คัดค้านที่ 2 ไม่ได้ระบุชื่อในหัวข้อรายการแห่งคดี แต่เนื้อหาและคำขอท้ายอุทธรณ์ระบุร่วมกัน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5975/2533นางพล้อย บรรทัดผู้ร้องนางคล้าย พิเดช กับพวกผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. , ม. 243 (1), ม. 247คำฟ้องอุทธรณ์ของผู้คัดค้านนอกจากจะมีเนื้อหาและเหตุผลคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นของผู้คัดค้านที่ 2 แล้ว ในคำขอท้ายอุทธรณ์ก็มีข้อความที่ผู้คัดค้านทั้งสองขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นร่วมกันมา แสดงว่าผู้คัดค้านทั้งสองร่วมอุทธรณ์มาในฉบับเดียวกันแม้ผู้คัดค้านที่ 2 ไม่ได้ระบุชื่อในหัวข้อรายการแห่งคดีเพราะพลั้งเผลอ ก็ถือได้ว่าผู้คัดค้านที่ 2อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วยผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ ๗๒๐๑ เนื้อที่ประมาณ ๓๓ ๓/๔ ตารางวา เป็นของผู้ร้องโดยการครอบครอง ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องด้วยการครอบครองตามกฎหมาย ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำร้องคัดค้านว่า ที่ดินพิพาทเป็นผู้คัดค้านที่ ๒ ซึ่งซื้อจากผู้คัดค้านที่ ๑ โดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๒๐๑ เลขที่ดิน ๒๘๗หมู่ที่ ๑ ตำบลทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี จำนวน ๓๓ ๓/๔ ตารางวาเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ ผู้คัดค้านที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยคดีให้แก่ผู้คัดค้านที่ ๒ ชอบหรือไม่ เห็นว่าคำฟ้องอุทธรณ์ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้น นอกจากจะมีเนื้อหาและเหตุผลคัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นของผู้คัดค้านที่ ๒ แล้ว ในคำขอท้ายอุทธรณ์ก็มีข้อความที่ผู้คัดค้านทั้งสองขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นร่วมกันมาด้วย แสดงว่าผู้คัดค้านทั้งสองร่วมอุทธรณ์มาในฉบับเดียวกันจริง และเมื่อพิจารณาถึงพฤติการณ์ที่ผู้คัดค้านที่ ๒ เป็นทนายความให้ผู