ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6024/2533

ประเด็นกฎหมาย

การคำนวณค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าต้องใช้อัตราค่าจ้างเดิมก่อนถูกนายจ้างลดโดยไม่ชอบ และศาลแรงงานสามารถกำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็

หลักกฎหมาย

การลดค่าจ้างโดยนายจ้างโดยไม่มีสิทธิเป็นการผิดสัญญาจ้าง จึงต้องนำอัตราค่าจ้างเดิมมาเป็นเกณฑ์คำนวณค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ศาลแรงงานกำหนดได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49 โดยพิจารณาอายุ ระยะเวลาทำงาน ความเดือดร้อน มูลเหตุเลิกจ้าง และค่าชดเช

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 129,000 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 43,000 บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี 17,200 บาท ค่าจ้างค้างจ่าย 133,000 บาท และค่าเสียหาย 86,000 บาท แก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ได้รับค่าจ้างเดือนละ 43,000 บาท ต่อมาจำเลยลดค่าจ้างโดยไม่ชอบและกลั่นแกล้งให้โจทก์ลาออก โจทก์ไม่ยอม จำเลยจึงไม่ให้เข้าทำงาน ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ไม่ได้กระทำผิดร้ายแรง การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6024/2533นายอรรณพ เอื้อพุทธจรรยาโจทก์บริษัทว่านลี่แพ็คกิ้งเอ็นเตอร์ไพรส จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 , ม. 46 ป.พ.พ. พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า เดิมโจทก์ได้รับค่าจ้างเดือนละ43,000 บาท แต่ต่อมาโจทก์ได้รับค่าจ้างไม่ครบจำนวนดังกล่าวเพราะการกระทำของจำเลยที่ผิดสัญญาจ้าง การคำนวณค่าชดเชยกับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจึงต้องนำค่าจ้างเดือนละ 43,000 บาท มาเป็น เกณฑ์ในการคำนวณ และเมื่อจำเลยจ่ายเงินเดือนให้โจทก์ไม่ครบ43,000 บาท จำเลยจึงต้องจ่ายค่าจ้างส่วนที่ขาดให้แก่โจทก์ ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นค่าเสียหาย ที่ ศาลแรงงานกลางกำหนดให้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 ซึ่งบัญญัติให้นายจ้างชดใช้แทนโดยคำนึงถึงอายุของลูกจ้าง ระยะเวลาการทำงานของลูกจ้างความเดือดร้อนของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง มูลเหตุแห่งการเลิกจ้างและค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับประกอบการพิจารณา เมื่อคดี มี ข้อเท็จจริงตามที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าวอย่างครบถ้วนศาลแรงงานกลางย่อมนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาเป็นเกณฑ์ในการกำหนดค่าเสียหายให้แก่โจทก์ได้แม้โจทก์ไม่ได้นำสืบถึงค่าเสียหายโจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการอัตราค่าจ้างเดือนละ ๔๓,๐๐๐ บาท กำหนดชำระทุกวันที่ ๕ ของเดือนต่อมาเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๓๓ จำเลยกลั่นแกล้งเพื่อให้โจทก์ลาออก โดยให้ไปทำงานตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขาย ลดเงินเดือนโจทก์และให้โจทก์ทำยอดขายให้ได้เดือนละไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต่อมาวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๓ จำเลยให้โจทก์ลงชื่อในใบ