การบรรยายฟ้องว่า 'เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน' หมายถึงผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง ไม่ใช่ลักษณะตัวการตัวแทน และผู้รับช่วงสิทธิเรียกดอกเบี้ยนับ
คำว่า 'ผลประโยชน์ร่วมกัน' ในฟ้องหมายถึงผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง ไม่ใช่ลักษณะตัวการตัวแทนซึ่งมีกฎหมายบังคับคนละลักษณะกัน เมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3 จำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดในฐานะตัวการ ส่วนผู้รับช่วงสิทธิตาม ป.พ.พ. มาตรา 880 สิทธิเกิดขึ
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2528 เป็นต้นไป และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 และกระทำไปในทางการที่จ้างเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน แต่โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6164/2533บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัดโจทก์นายบุญเรือง กบรัตน์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 224, ม. 427, ม. 821, ม. 880 ป.วิ.พ. ม. 142 วรรคแรกโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ลูกจ้างได้ขับรถยนต์รับจ้างไปในทางการที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ว่าจ้าง เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน คำว่า "ผลประโยชน์ร่วมกัน" หมายถึง ผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง ไม่ได้หมายถึงผลประโยชน์ร่วมกันในลักษณะแห่งการเป็นตัวการและตัวแทนซึ่งมีกฎหมายบังคับคนละลักษณะกัน เมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3 จำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามให้รับผิดในฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 880 สิทธิของโจทก์ย่อมเกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่โจทก์ได้ชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นต้นไป โจทก์จะคิดดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันทำละเมิดเสมือนเป็นผู้เสียหายที่ถูกทำละเมิดโดยตรงมิได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ในการรับประกันภัยรถยนต์ และได้รับประกันภัยรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน ม - ๔๒๙๓ นนทบุรี จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขับรถยนต์แท็กซี่หมายเลขทะเบียน ๒ ท - ๐๙๔๗ กรุงเทพมหานครและเป็นลูกจ้างปฏิบัติงานในทางการที่จ้างให้แก่จำเลยที่ ๒และที่ ๓ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์แท็กซี่หมายเลขทะเบียน ๒ ท - ๐๙๔๗ กรุงเทพมหานครร่วมกัน และเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ ซึ่งในขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ ได้กระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันเมื่อวันที่ ๒๔พฤษภาคม ๒๕๒๗ เวลา ๕ นาฬิกาเศษ จำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์แท็กซี่คันดังกล่าวด้วยความประมาทไปตามถนนรามคำแหง จากบางกะปิมุ่งหน้าไปทาง