ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6187/2533

ประเด็นกฎหมาย

การเรียกค่าขึ้นศาลในคดีร้องขอรับชำระหนี้จำนองตามมาตรา 289 เมื่อโจทก์คัดค้านแต่จำมิได้ให้การต่อสู้

หลักกฎหมาย

ตามตาราง 1 ข้อ 1(ค) ท้าย ป.วิ.พ. การเรียกค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละ 2.5 จะกระทำได้ต่อเมื่อจำเลยให้การต่อสู้คดี การที่โจทก์คัดค้านไม่เข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว แม้ผู้ร้องมิได้ฎีกาโดยตรง แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและสั่งคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินได้

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนค่าขึ้นศาลในชั้นศาลชั้นต้นแก่ผู้ร้องเป็นเงิน 100,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ร้องเป็นผู้รับจำนองยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนองตามมาตรา 289 เสียค่าขึ้นศาล 100,000 บาท โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มอีก 100,000 บาท รวมเป็น 200,000 บาท โดยอ้างว่าโจทก์คัดค้าน แต่จำเลยมิได้ให้การต่อสู้

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6187/2533นายพัฒน์ หิรัญภักดี.โจทก์บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เงินทุนสากล จำกัดผู้ร้องห้างหุ้นส่วนจำกัดเอ็ม.พี.เซรามิค กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 161, ม. 289, ตาราง 1 ข้อ1 (คผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองได้ยื่นคำร้องขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 ถือเสมือนหนึ่งว่าผู้ร้องได้ฟ้องบังคับจำนองจำเลยนั่นเอง ตามข้อ 1(ค) แห่งตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งระบุไว้ว่า ให้เรียกค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละ 1 แต่ไม่ให้เกิน 100,000 บาท ต่อเมื่อจำเลยให้การต่อสู้คดีจึงให้เรียกค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละ 2.5 แต่คดีนี้จำเลยมิได้คัดค้านหรือสู้ คดีแต่อย่างใด การที่โจทก์คัดค้านจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามข้อนี้ ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลเกินมา 100,000 บาท เห็นควรคืนให้แก่ผู้ร้อง แม้ผู้ร้องจะมิได้ฎีกาขึ้นมาโดยตรงก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ ผู้ร้องร้องขอให้เอาเงินที่ขายทอดตลาดทรัพย์จำนองได้ชำระหนี้ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้อื่น เสมือนหนึ่งผู้ร้องฟ้องบังคับจำนองต่อจำเลยแล้ว จำเลยก็มีหน้าที่จะต้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้แทนผู้ร้อง หรือนัยหนึ่งให้ไปเรียกเอาจากกองทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดได้ และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 ซึ่งบัญญัติเรื่องความรับผิดชั้นที่สุดในค่าฤชาธรรมเนียมไว้นั้น ก็เป็นดุลพินิจของศาลที่จะให้ใช้ได้.กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ และศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม แต่จำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอร