การพิจารณาว่าลูกจ้างมีกำหนดระยะเวลาการจ้างแน่นอนหรือไม่ ต้องดูพฤติกรรมการปฏิบัติต่อกัน มิใช่เพียงสัญญาจ้าง และการเล่นการพนันในเรือเป็นครั้งคราวไม่ถือเ
การพิจารณาว่าลูกจ้างมีกำหนดระยะเวลาการจ้างแน่นอนหรือไม่ ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่คู่สัญญาปฏิบัติต่อกัน มิใช่เฉพาะข้อความในสัญญาจ้าง หากมีการทำสัญญาหลายครั้ง ย้อนหลัง และไม่ถือตามสัญญาอย่างจริงจัง แสดงว่าไม่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน การเล่นการพนันระหว่างพนักงานบนเรือเป็นครั้งคราว โดยไม่เสียงาน ไม่เป็น
แก้คำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 42,907.20 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 14,557.80 บาท และโจทก์ที่ 3 จำนวน 22,986 บาท โดยไม่รวมค่าอาหารเป็นค่าจ้าง
โจทก์ทำงานกับจำเลยเป็นเวลานาน มีการทำสัญญาจ้างหลายครั้งและย้อนหลัง ไม่ถือตามสัญญาอย่างจริงจัง จำเลยมีเจตนาจ้างเป็นประจำ โจทก์เล่นการพนันบนเรือเป็นครั้งคราว ไม่เป็นอาจิณ ไม่เสียงาน จำเลยจ่ายค่าอาหารเฉพาะเมื่ออยู่บนเรือ โดยเฉลี่ยส่วนที่เหลือให้พนักงาน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6232 - 6234/2533นายพิชิต ทองการุณ กับพวกโจทก์บริษัทโทรีเซน (กรุงเทพ) จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 , ม. 46, ม. 47การจะพิจารณาว่าโจทก์เป็นลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างแน่นอนหรือไม่ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่โจทก์ กับจำเลยปฏิบัติต่อกันประกอบด้วย มิใช่พิจารณาเฉพาะข้อความในเอกสารสัญญาจ้างเท่านั้น แม้สัญญาจ้างจะมีกำหนดระยะเวลาไว้ แต่โจทก์จำเลยปฏิบัติต่อกันโดยโจทก์บางคนทำงานกับจำเลยเป็นเวลานาน มีการทำสัญญาจ้างหลายครั้งหลายหน มีการทำย้อนหลัง โจทก์จำเลยมิได้ถือตามสัญญาจ้างอย่างจริงจัง จำเลยมีเจตนาจ้างโจทก์ไว้เป็นประจำแสดงว่าโจทก์มิใช่ลูกจ้างของจำเลยที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน การเล่นการพนันแม้จะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ในสภาพที่โจทก์ต้องประจำอยู่ในเรือเดินทะเลตลอดเวลา การเล่นการพนันระหว่างเพื่อนพนักงานด้วยกันเป็นบางครั้งบางคราวโดยจำเลยมิได้เสียงานทั้งไม่ปรากฏว่าเป็นการพนันประเภทใด ได้เสียกันมากน้อยเท่าใดและมิได้เล่นเป็นอาจิณ ถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของนายจ้างเป็นกรณีร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47(3) จำเลยจ่ายค่าอาหารให้พนักงานเฉพาะที่อยู่บนเรือทุกคนโดยกำหนดจำนวนไว้แต่ละคน แต่มิได้จ่ายเหมาเป็นเงินให้โดยตรง พนักงานจะได้รับเงินส่วนแบ่งเฉพาะกรณีที่ใช้เป็นค่าอาหารไม่หมดเท่านั้น โดยนำส่วนที่เหลือมาเฉลี่ยกันทุกคน แม้พนักงานคนใดจะไม่ได้รับประทานอาหารก็จะมิได้รับค่าอาหารเต็มจำนวนที่กำหนดไว้ให้แต่ละคน คงได้รับเฉพาะส่วนเฉลี่ยสำหรับเงินที่เหลือจากค่าอาหารเช่นเดียวกับพนักงานอื่นที่รับประทานอาหาร แต่หากจ่ายเป็นค่าอาหารหมดก็ไม่ได้รับเงินนั้น