ปัญหาว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาลเป็นที่สุดหรือไม่ และผู้ประกันจะฎีกาได้หรือไม่
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 4 บัญญัติว่าในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล เมื่อศาลสั่งประการใดแล้ว ฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันหรือพนักงานอัยการมีอำนาจอุทธรณ์ได้ และคำวินิจฉัยของศา
พิพากษายกฎีกาของผู้ประกันทั้งสอง เนื่องจากคดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 ที่แก้ไขใหม่
ผู้ประกันส่งตัวจำเลยทั้งสองเพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ได้ตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งปรับผู้ประกันเต็มตามสัญญาประกัน ต่อมาผู้ประกันนำตัวจำเลยมาส่งและขอลดค่าปรับ ศาลชั้นต้นลดค่าปรับเหลือคนละ 100,000 บาท ผู้ประกันอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ประกันฎีกาในวันที่ 5 กันยายน 2533 หลังจากกฎหมายแก้ไข
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6239/2533พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานีโจทก์นายวิชัย พรหมเพชรนิล กับพวกจำเลยนางกลับ พรหมเพชรนิล กับพวกผู้ประกัน ป.วิ.อ. ในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล เมื่อศาลมีคำสั่งประการใดแล้วผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันหรือพนักงานอัยการมีอำนาจอุทธรณ์ได้และ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด จะฎีกาต่อมาอีกไม่ได้คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยทั้งสองไว้ในระหว่างอุทธรณ์ผู้ประกันขอประกันตัวจำเลยทั้งสองไปใน ระหว่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาประกันคนละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท ต่อมาผู้ประกันส่งตัวจำเลยทั้งสองเพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ได้ตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งปรับผู้ประกันเต็มตามสัญญาประกัน หลังจากนั้นผู้ประกันนำตัวจำเลยทั้งสองมาส่งศาลและยื่นคำร้องขอลดค่าปรับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งลดค่าปรับให้เหลือปรับคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ผู้ประกันทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน ผู้ประกันทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ประกันทั้งสองยื่นฎีกาเมื่อวันที่ ๕กันยายน ๒๕๓๓ ภายหลังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๙ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๓๒ มาตรา ๔ ใช้บังคับแล้วมาตรา ๑๑๙ ที่แก้ไขแล้วบัญญัติว่า "ในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาลศาลมีอำนาจสั่งบังคับตามสัญญาประกันตามที่ศาลเห็นสมควรโดยที่มิต้องฟ้อง เมื่อศาลสั่งประการใดแล้ว ฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันหรือพนักงานอัยการมีอำนาจอุทธรณ์ได้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด" ดังนั้นในกรณีนี้จึงฎีกาต่อมาอีกไม่ได้ เพราะคดีได้ถึงที่สุดไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค