ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6274/2533

ประเด็นกฎหมาย

ลูกจ้างที่จักสานหวายของกลางโดยไม่รู้ว่าเป็นของผิดกฎหมาย ไม่เป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนในการครอบครองของป่าหวงห้าม

หลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 เป็นลูกจ้างจักสานหวายเพื่อรับค่าจ้างจากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ครอบครองของกลางนั้น ไม่ถือว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ร่วมครอบครองของกลางกับจำเลยที่ 1 และพฤติการณ์ที่จักสานอย่างเปิดเผยริมถนนแสดงว่าไม่รู้ว่าหวายเป็นของผิดกฎหมาย จึงไม่เป็นผู้สนับสนุน

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ถูกจับขณะกำลังจักสานหวายของกลางอยู่ข้างถนน โดยเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ซึ่งครอบครองหวายอยู่ด้วย และจักสานเพื่อรับค่าจ้างเท่านั้น

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6274/2533พนักงานอัยการจังหวัดน่านโจทก์นายสัมฤทธิ์ ศรีเมืองแก่น กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ , ม. 71 ทวิ ป.อ. ม. 83, ม. 86จำเลยทั้งเก้า ถูกจับกุมพร้อมหวายของกลางขณะกำลังจักสานอยู่ข้างถนน จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 เป็นลูกจ้างและจักสานเพื่อจะได้รับค่าจ้างจากจำเลยที่ 1 ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ครอบครองหวายของกลางอยู่ด้วย ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 เป็นตัวการร่วมกันกับจำเลยที่ 1 ครอบครองของกลาง และพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 รับจ้างจักสานหวายของกลางอยู่ริมถนนอย่างเปิดเผย แสดงว่าไม่รู้ว่าหวายของกลางเป็นของผิดกฎหมาย จึงไม่เป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 ในการกระทำความผิด.โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔มาตรา ๒๙ ทวิ, ๗๔, ๗๔ จัตวา พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๘ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๕, ๙ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑๖ ลงวันที่ ๑๐ เมษายน๒๕๑๕ ข้อ ๒ พระราชกฤษฎีกากำหนดของป่าหวงห้าม พ.ศ. ๒๕๓๐ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ริบของกลาง จ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๙ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งเก้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๒๙ ทวิ, ๗๑ ทวิ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑๖ ลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๒ พระราชกฤษฎีกากำหนดของป่าหวงห้าม พ.ศ. ๒๕๓๐ จำคุกจำเลยทั้งหมดยกเว้นจำเลยที่ ๔คนละ ๖ เดือน ปรับคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๓ เดือน ปรับ ๕,๐