ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3028/2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3028/2545นางทม สุขศรีโจทก์นางทุเรียน เอี่ยมน้อย ที่ 1 กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1599, ม. 1603 ป.วิ.พ. ม. 198 ทวิ, ม. 225แม้จำเลยทั้งห้าจะขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ก็ต้องนำสืบให้ได้ความตามคำฟ้อง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 198 ทวิ คดีจึงมีประเด็นตามที่โจทก์ตั้งสภาพแห่งข้อหามาในคำฟ้องว่า ที่ดินพิพาททั้งสามแปลงเป็นทรัพย์มรดกของนางเป๋าหรือไม่ ที่จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ว่าที่ดินพิพาททั้งสามแปลงมิใช่ทรัพย์มรดกของนางเป๋า จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคแรกโจทก์ฟ้องขอให้บังคับโจทก์และจำเลยทั้งห้าเป็นเจ้าของร่วมกันในที่ดินจำนวน ๓ แปลง คนละส่วนเท่า ๆ กัน หากไม่อาจแบ่งปันได้ให้นำที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาดนำเงินแบ่งคนละส่วนเท่ากัน ให้จำเลยทั้งห้าไปลงชื่อร่วมกับโจทก์ในทะเบียนที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าว หากจำเลยทั้งห้าไม่ปฏิบัติตามก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งห้า จำเลยทั้งห้าขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาททั้งสามแปลงเป็นทรัพย์มรดกของนางเป๋าตกได้แก่โจทก์และจำเลยทั้งห้าคนละส่วนเท่ากัน โจทก์ฟ้องโดยอาศัยข้ออ้างอันเป็นหลักแห่งข้อหาว่า จำเลยทั้งห้าไม่ยอมแบ่งทรัพย์พิพาทให้โจทก์ แต่โจทก์กลับขอให้ศาลบังคับให้โจทก์และจำเลยทั้งห้าเป็นเจ้าของร่วมกัน และการขอให้นำทรัพย์ออกขายทอดตลาดนั้น โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ดำเนินการได้ตามกฎหมายโดยมิต้องอาศัยคำพิพากษาของศาล กับที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งห้าไปลงชื่อร่วมกันในทะเบียนที่ดินทั้งสามแปลงนั้น จำเลยทั้งห้าไม่มีหน้าที่โดยนิติกรรมที่จะต้องกระทำการดังกล่าว คำขอของโจทก์เช่นนี้ศาลบังคับให้ไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรม