ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7082/2545

ประเด็นกฎหมาย

ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีสิทธิเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้นจากผู้รับบริการตามอัตราใหม่ที่ออกระหว่างอายุสัญญาหรือไม่

หลักกฎหมาย

ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีหน้าที่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้รับบริการเมื่อความรับผิดเกิดขึ้นตามประมวลรัษฎากร มาตรา 82/4 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์ชำระภาษีเพิ่มตามกฎหมายแล้วฟ้องเรียกคืนจากจำเลยเป็นการกระทำตามหน้าที่ ไม่ใช่การชำระหนี้ตามอำเภอใจตาม ป.พ.พ. มาตรา 407 และไม่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มอีกร้อยละ 3 พร้อมเงินเพิ่มและดอกเบี้ยตามฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์และจำเลยทำสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างโดยรวมภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราเดิม ต่อมามีพระราชกฤษฎีกาเพิ่มอัตราภาษีเป็นร้อยละ 10 โจทก์ยื่นขอรับสิทธิเสียภาษีในอัตราเดิมแต่กรมสรรพากรตอบข้อหารือว่าไม่ได้รับสิทธิ โจทก์จึงชำระภาษีเพิ่มแล้วฟ้องเรียกคืนจากจำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7082/2545บริษัทฝ้ายคำ จำกัดโจทก์บริษัทบางกอกมอเตอร์อีควิปเมนท์ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 5, ม. 407 ป.รัษฎากร ม. 82/4, ม. 89/2 พ.ร.ฏ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 309) พ.ศ.2540 , โจทก์เป็นผู้ประกอบการผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มย่อมเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากจำเลยซึ่งเป็นผู้รับบริการได้ เมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น การที่โจทก์ต้องเรียกภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มจากจำเลยเนื่องจากได้มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 309) พ.ศ. 2540 ให้ยกเลิกมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 236) พ.ศ. 2534 ให้จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้นรวมแล้วเป็นอัตราร้อยละ 10 เป็นผลให้ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้นจากเดิมรวมแล้วร้อยละ 3 กรรมการของโจทก์ในฐานะนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยได้มีหนังสือหารือกรมสรรพากรว่ากรณีเช่นโจทก์จะได้รับสิทธิไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งกรมสรรพากรได้มีหนังสือตอบข้อหารือของกรรมการของโจทก์มาแล้วว่า กรณีของโจทก์ไม่ได้รับประโยชน์ที่จะเสียภาษีในอัตราเดิม ดังนี้ เมื่อต่อมาสำนักงานสรรพากรพื้นที่ 5 มีหนังสือแจ้งโจทก์ให้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้นอีกดังกล่าว แม้จะระบุในหนังสือแจ้งด้วยว่าหากโจทก์จะโต้แย้งให้ยื่นคำคัดค้านภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ และข้อเท็จจริงรับกันว่าโจทก์ไม่ได้ยื่นคำคัดค้านซึ่งถึงแม้โจทก์จะยื่นคำคัดค้าน ผลก็ไม่เปลี่ยนแปลงเพราะอธิบดีกรมสรรพากรได้วินิจฉัยตอบข้อหารือแล้ว ดังนั้น การที่โจทก์เรียกให้จำเลยชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเติมอีกร้อยละ