ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1167/2546

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1167/2546พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรีโจทก์นายวินัย เชาว์สุวรรณจำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม. 66, ม. 67 ป.วิ.อ. ม. 69, ม. 120, ม. 174การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 130 เม็ด ไว้ในครอบครองแล้วจะสันนิษฐานว่าจำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหาชอบไม่ โจทก์จะต้องนำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยจนได้ความแน่ชัดปราศจากข้อสงสัย ศาลจึงจะรับฟังลงโทษจำเลยได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 174 แม้การตรวจค้นจับกุมอาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เป็นเรื่องที่จะไปว่ากล่าวกันอีกส่วนหนึ่งต่างหาก หามีผลทำให้การสอบสวนที่ชอบเป็นไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วยไม่โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๑๕, ๖๖, ๑๐๒ ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง จำคุก ๑๒ ปี ริบของกลาง คืนเงินสดแก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๗ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปคือเมทแอมเฟตามีนของกลางดังกล่าวจำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่นั้น เห็นว่า ตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความเพียงว่าก่อนไปทำการจับกุมจำเลยประมาณ ๑ สัปดาห์ได้สืบสวนหาข่าวจนได้ความแน่ชัดว่าเจ้าของกระท่อมที่เกิดเหตุมั่วสุมและลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่วัยรุ่น ในวันเกิดเหตุเมื่อพยานโจทก์กับพวกไปถึงกระท่อมได้เดินไปบริเวณด้านข้างกระท่อมได้พบวัยรุ่น ๒ คน ถึง ๓ คน วิ่งสวนออกมาจากกระท่อมและเมื่อมองเข้าไปในกระท่อมพบจำเลยซึ่งอยู่ในกระท่อมเพียงลำ