การเสียค่าขึ้นศาลในคดีที่ดินถูกเวนคืนหลายครั้งตามพระราชกฤษฎีกาคนละฉบับ เมื่อโจทก์ฟ้องรวมกันในคำฟ้องฉบับเดียว ต้องเสียค่าขึ้นศาลแยกตามทุนทรัพย์ของแต่ละ
ที่ดินถูกเวนคืนหลายครั้งตามพระราชกฤษฎีกาคนละฉบับ แม้โจทก์จะฟ้องรวมกันในคำฟ้องฉบับเดียวได้ ก็ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ของเงินค่าทดแทนแต่ละครั้งแยกต่างหากจากกัน เพราะพระราชกฤษฎีกาแต่ละฉบับมีอายุบังคับใช้เพียงสี่ปีและสิ้นผล ทำให้สิทธิได้รับค่าทดแทนต่างกัน
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
โจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินซึ่งถูกเวนคืน 3 ครั้ง ตามพระราชกฤษฎีกาคนละฉบับ โจทก์ไม่พอใจค่าทดแทนและฟ้องเรียกเงินเพิ่มรวมในคำฟ้องฉบับเดียวกัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2546นายมานะ พิทยาภรณ์ กับพวกโจทก์การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจำเลย ป.วิ.พ. ตาราง 1 (1) (ก)ที่ดินของโจทก์ทั้งสามถูกเวนคืน 3 ครั้ง แต่ละครั้งที่ถูกเวนคืนเนื่องจากการดำเนินการโดยอาศัยพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนซึ่งตราออกมาคนละฉบับกัน โจทก์ทั้งสามมีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินตามพระราชกฤษฎีกาแต่ละฉบับต่างกันจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ของเงินค่าทดแทนที่ดินแต่ละครั้งที่ถูกเวนคืนที่โจทก์ทั้งสามฟ้องขอเพิ่มแยกต่างหากจากกันด้วยโจทก์ทั้งสามฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มจำนวน ๔๖๐,๖๗๐,๔๓๓.๔๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ ๑๓ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๒๓๔,๒๖๘,๙๓๓.๔๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๖,๓๒๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ทั้งสาม พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินของจำนวนเงิน ๑๓,๗๖๐,๐๐๐ บาท นับตั้งแต่วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๓๖ และของจำนวนเงิน ๒,๕๖๐,๐๐๐ บาท นับตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๓๖ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสาม เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ทั้งสาม ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ ๕๐,๐๐๐ บาท คำขออื่นให้ยก โจทก์ทั้งสามและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสาม ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๗๗๐๔๘ และ ๓๑๑๘ ตำบลบางกะปิ อำเภอห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกเวนคืนอันเนื่