ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2882/2546

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2882/2546นายเฮนดริก อดอล์ฟ คนีส หรือนายแฮงค์ คณิตเธอร์ หรือนายเฮนดริคโลเดอแวค อดอล์ฟ คนิสเซอร์โจทก์นายศราวุธ กิติพรพงษ์สุขผู้ถูกกล่าวหานางเพ็ญประไพ อินต๊ะยศ ที่ 1 กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 31 (1), ม. 33 พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2498 ม. 11 (7)ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ลงโทษจำคุกผู้กระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นว่าให้รอการลงโทษผู้กระทำผิด ผู้กระทำผิดยังคงถูกพิพากษาลงโทษจำคุก แต่รอการลงโทษไว้ มิใช่ให้ปล่อยผู้กระทำผิด กรณีไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 มาตรา 11 (7) พนักงานอัยการฎีกาไม่ได้คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๔๔ นายศราวุธ กิติพรพงษ์สุข ทนายความซึ่งได้รับใบอนุญาตเลขที่ ๕๘๓/๒๕๓๙ ผู้ถูกกล่าวหา ได้ยื่นคำร้องและใบมอบฉันทะโดยปลอมแปลงลายมือชื่อของนายชาญวุฒิ จันทร์พิลา ทนายความจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ ขอเลื่อนการพิจารณาคดี ศาลชั้นต้นเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นการละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑ (๑) และมาตรา ๓๓ ให้จำคุก ๒ เดือน ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษผู้ถูกกล่าวหาไว้ ๑ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่พนักงานอัยการฎีกาขอให้ลงโทษผู้ถูกกล่าวหาตามคำสั่งศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๑๑ (๗) บัญญัติว่า ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษบุคคลใดโดยลำพัง ถ้าศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ปล่อยผู้นั้น เมื่อพนักงานอัยการเห็นสมควรจะฎีกาก็ได้ แต่ในคดีนี้ศาลช