ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2625/2546พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์บริษัทลิตเติ้ลจิน จำกัดจำเลย ป.วิ.พ. ม. 198 ทวิ วรรคสาม (1)โจทก์มีคำขอให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินจำนวนแน่นอน จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ เมื่อศาลเห็นว่าคำฟ้องของโจทก์มีมูลและไม่ขัดต่อกฎหมาย ศาลย่อมมีคำสั่งให้โจทก์ส่งพยานเอกสารที่ศาลเห็นว่าจำเป็นแทนการสืบพยานได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม (1) แล้วพิพากษากำหนดจำนวนเงินไปตามที่ได้ความจากพยานเอกสารนั้นได้ แม้ไม่เต็มจำนวนตามคำขอของโจทก์ โดยถือว่าคดีในส่วนที่ศาลไม่พิพากษาให้เป็นเพราะโจทก์ไม่มีพยานเอกสารแสดงให้ศาลเห็นว่าคดีส่วนนั้นมีมูล ทั้งบทบัญญัติดังกล่าวก็มิได้บังคับศาลว่าต้องพิพากษากำหนดจำนวนเงินเต็มตามคำขอของโจทก์โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินดาวน์แก่ผู้มีชื่อซึ่งเป็นผู้บริโภคหลายคน พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินซึ่งผู้บริโภคแต่ละรายได้ชำระให้แก่จำเลยไป นับแต่วันที่แต่ละคนได้ชำระเงินให้จำเลยเป็นครั้งสุดท้ายเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและไม่มาศาลในวันพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินคืนแก่ผู้ซึ่งมีชื่อซึ่งเป็นผู้บริโภคพร้อมดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จ สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความนั้น เนื่องจากโจทก์ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมและโจทก์ว่าความเอง จึงไม่กำหนดให้ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาซื้อขายบ้านและที่ดินจัดสรร โดยจำเลยได้รับเงินจากผู้บริโภคไปแล้วไม่ดำเนินการตามสัญญา ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของ