ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 3749/2529

ประเด็นกฎหมาย

อำนาจฟ้องของบุคคลที่ถูกโต้แย้งสิทธิในสัญชาติไทย และเงื่อนไขการได้สัญชาติไทยโดยการเกิดจากบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย

หลักกฎหมาย

การที่จำเลยจำหน่ายชื่อโจทก์ออกจากทะเบียนบ้านและแจ้งนายทะเบียนคนญวนอพยพว่าโจทก์ถูกถอนสัญชาติไทย เป็นการโต้แย้งสิทธิ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 และบุตรที่เกิดในราชอาณาจักรไทยจากบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นคนสัญชาติไทย ย่อมได้สัญชาติไทยตาม พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7(1)(3) และไม่ถูกถอน

คำวินิจฉัย

โจทก์ทั้งเจ็ดเป็นคนมีสัญชาติไทย การที่จำเลยทั้งสองจำหน่ายชื่อโจทก์ทั้งเจ็ดออกจากทะเบียนบ้านและมีหนังสือแจ้งไปยังนายทะเบียนคนญวนอพยพเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

บิดาเป็นคนสัญชาติไทยจดทะเบียนสมรสกับมารดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาเกิดบุตรในราชอาณาจักรไทย จำเลยจำหน่ายชื่อบุตรออกจากทะเบียนบ้านและแจ้งนายทะเบียนคนญวนอพยพว่าบุตรถูกถอนสัญชาติไทย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 3749/2529นาย บุญชัย บุตรนคร กับพวกโจทก์เทศบาลเมืองสกลนคร กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1 พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 ม. 7 (1), ม. 7 (3)การที่จำเลยจำหน่ายชื่อโจทก์ออกจากทะเบียนบ้านและมีหนังสือแจ้งไปยังนายทะเบียนคนญวนอพยพโดยอ้างว่าโจทก์ทั้งเจ็ดถูกถอนสัญชาติไทยเป็นเหตุให้นายทะเบียนคนญวนอพยพแจ้งให้โจทก์ไปทำทะเบียนประวัติคนญวนอพยพเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย บ.บิดาโจทก์เป็นคนมีสัญชาติไทยจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยกับมารดาโจทก์ซึ่งเป็นคนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตและเกิดบุตรคือโจทก์ในราชอาณาจักรไทยดังนี้โจทก์ย่อมได้สัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติพ.ศ.2408มาตรา7(1)(3)และมิใช่กรณีที่โจทก์เกิดจากมารดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวแต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายโจทก์จึงมิใช่บุคคลที่จะต้องถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่337ลงวันที่13ธันวาคม2515ข้อ1(3).โจทก์ฟ้องว่า นายบุญยืนหรือบุญเริ่ม บุตรนคร กับนางลาน เล หรือกายเหงียนถิ จดทะเบียนสมรสกัน ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองนครพนม เกิดบุตรด้วยกันคือโจทก์ทั้งเจ็ด โจทก์ทั้งเจ็ดเกิดในประเทศไทยและมีสัญชาติไทยตามบิดาจำเลยทั้งสองทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งเจ็ดโดยมีหนังสือถึงนายทะเบียนคนญวนอพยพแจ้งว่าโจทก์ทั้งเจ็ดไม่ได้สัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 และได้จำหน่ายชื่อโจทก์ทั้งเจ็ดจากทะเบียนบ้านแล้วนายทะเบียนคนญวนอพยพแจ้งให้โจทก์ทราบและให้โจทก์ไปทำทะเบียนประวัติคนญวนอพยพ การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งเจ็ดเสียสัญชาติไทย ขอให้พิพากษาว่า โจทก์ทั้งเจ็ดเป็นคนสัญชาติไทยให้จำเลยแก้สัญชาติของโจทก์ทั