การออกเช็คเพื่อชำระหนี้จากการขายลดเช็คซึ่งคิดส่วนลดหรือดอกเบี้ยล่วงหน้าในอัตราร้อยละ 21.9 ต่อปี ถือเป็นเช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได
การคิดส่วนลดหรือดอกเบี้ยล่วงหน้าในการขายลดเช็คไม่ถูกห้ามโดยกฎหมายเหมือนการกู้ยืมเงิน ดังนั้นเช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้ดังกล่าวจึงเป็นหนี้ที่บังคับได้ตามกฎหมาย และเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเนื่องจากเงินในบัญชีไม่พอจ่าย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.
พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 30,000 บาท ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน
จำเลยทั้งสองออกเช็คตามฟ้องเพื่อชำระหนี้จากการขายลดเช็ค 27 ฉบับ ซึ่งโจทก์คิดส่วนลดหรือดอกเบี้ยล่วงหน้าในอัตราร้อยละ 21.9 ต่อปี ต่อมาจำเลยทั้งสองออกเช็คตามฟ้องเพื่อชำระหนี้ดังกล่าว และเมื่อถึงกำหนด ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเนื่องจากเงินในบัญชีของจำเลยที่ 1 ไม่พอจ่าย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1909/2546นายสมบัติ พานิชชีวะโจทก์บริษัทอนันต์ชัย - แบตเตอรี่ โอเบ จำกัด กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม. 4 พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 เช็คตามฟ้องเป็นเช็คที่จำเลยทั้งสองร่วมกันออกให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้อันเกิดแต่การที่จำเลยทั้งสองขายลดเช็คทั้งยี่สิบเจ็ดฉบับให้แก่โจทก์ แล้วเช็คดังกล่าวเรียกเก็บเงินไม่ได้ แม้จะปรากฏว่าเช็คทั้งยี่สิบเจ็ดฉบับนั้นโจทก์ได้คิดส่วนลดหรือดอกเบี้ยล่วงหน้าคิดเป็นอัตราร้อยละ 21.9 ต่อปี ก็ตาม กรณีก็มิได้มีกฎหมายห้ามไว้เหมือนเช่นการให้กู้ยืมเงิน จึงถือไม่ได้ว่าเช็คตามฟ้องมีดอกเบี้ยที่โจทก์คิดเกินอัตราตามกฎหมายรวมอยู่ด้วย การออกเช็คตามฟ้องของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ดังนั้น เมื่อธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คนั้น โดยในวันที่เช็คถึงกำหนด เงินในบัญชีของจำเลยที่ 1 มีไม่พอจ่าย การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองออกเช็คตามฟ้องมอบให้แก่โจทก์ ทั้งนี้โดยก่อนที่จำเลยทั้งสองจะออกเช็คตามฟ้องมอบให้แก่โจทก์ดังก