สิทธิในการได้รับค่าชดเชยตามคู่มือพนักงานที่ใช้ในประเทศไทยของลูกจ้างที่ทำสัญญาจ้างในต่างประเทศ
สัญญาจ้างที่ทำในต่างประเทศซึ่งกำหนดสิทธิของลูกจ้างไว้โดยชัดแจ้งยังคงมีผลบังคับเมื่อลูกจ้างมาทำงานในประเทศไทย และคู่มือพนักงานที่ใช้บังคับเฉพาะลูกจ้างในประเทศไทยไม่สามารถนำมาใช้เรียกร้องสิทธิที่มากกว่าสัญญาจ้างเดิมได้
พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางที่ยกฟ้องโจทก์
สัญญาจ้างระหว่างโจทก์และจำเลยทำในประเทศอังกฤษ โดยให้โจทก์ทำงานในประเทศมาเลเซีย และได้กำหนดเงื่อนไขในการจ้างและสิทธิของลูกจ้างไว้โดยชัดแจ้ง ต่อมาจำเลยส่งโจทก์เข้ามาทำงานในประเทศไทย จำเลยมีระเบียบข้อบังคับคู่มือพนักงานใช้บังคับเฉพาะลูกจ้างของจำเลยซึ่งกระทำกันในประเทศไทยเท่านั้น โจทก์ทำงานกับจำเลยมา 20
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 3756/2529นาย อาเธอร์ เจ ฟิลิปส์โจทก์บริษัท หลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์ จำกัดจำเลย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 19, ม. 20 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 ข้อ 68สัญญาจ้างระหว่างโจทก์จำเลยทำในประเทศอังกฤษโดยให้โจทก์ทำงานในประเทศมาเลเซียได้กำหนดเงื่อนไขในการจ้างและสิทธิของลูกจ้างไว้โดยชัดแจ้งแม้ต่อมาจำเลยจะส่งโจทก์เข้ามาทำงานในประเทศไทยซึ่งมีระเบียบข้อบังคับคู่มือพนักงานใช้บังคับเฉพาะลูกจ้างของจำเลยซึ่งกระทำกันในประเทศไทยเท่านั้นโจทก์จะเรียกร้องเงินค่าชดเชยที่มีจำนวนมากกว่าสัญญาจ้างจากจำเลยโดยอาศัยสิทธิตามคู่มือพนักงานฉบับดังกล่าวไม่ได้.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์มีเงินเดือนสูงเป็นการกลั่นแกล้งและเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์เพียง 6 เดือน ผิดต่อระเบียบข้อบงคับของจำเลยเพราะโจทก์ทำงานมา 20 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างปีละ 1 เดือน รวม 20 เดือน ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายและค่าชดเชยที่ขาดพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะภาวะการค้าและเศรษฐกิจไม่ดี จำต้องลดต้นทุน อัตราคนงานและยุบหน่วยงานบางหน่วย โจทก์ทำงานไม่ถึง 20 ปี จำเลยได้จ่ายเงินให้โจทก์ตามสัญญาจ้างที่ทำในประเทศอังกฤษ ซึ่งแตกต่างจากสัญญาจ้างและข้อบังคับระเบียบการทำงานที่ใช้กับลูกจ้างที่เป็นคนสัญชาติไทยและทำสัญญาจ้างในประเทศไทย โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชยตามข้อบังคับการทำงานของลูกจ้างชาวไทย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ทำงานกับจำเลยมา 20 ปีเศษแล้วการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะกิจการขาดทุน ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โจทก์เป็นพนักงานโพ้นทะเลไม่มีสิทธิฟ้