การที่ลูกจ้างหยุดงานตามคำสั่งนายจ้างและไปร้องเรียนต่อกระทรวงแรงงาน ถือเป็นการนัดหยุดงานหรือละทิ้งหน้าที่หรือไม่ และกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุค
การที่ลูกจ้างหยุดงานตามคำสั่งนายจ้าง ไม่ใช่การนัดหยุดงานตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ฯ การไปร้องเรียนต่อกระทรวงแรงงานเป็นการใช้สิทธิปกติ ไม่เป็นการละทิ้งหน้าที่หรือจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและลูกจ้างไม่มีความผิด ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า กรรมการ
จำเลยทั้งสามร่วมกันจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ทั้งสามร้อยสี่สิบเอ็ด พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
ก่อนเลิกจ้าง จำเลยที่ 1 มีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสามร้อยสี่สิบเอ็ดไม่ต้องมาทำงานระหว่างวันที่ 2 ถึง 7 มีนาคม 2538 โดยจะจ่ายค่าจ้างให้กึ่งหนึ่ง โจทก์ไม่พอใจไปร้องเรียนต่อกระทรวงแรงงาน ต่อมาวันที่ 8 มีนาคม 2538 จำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์ไม่มีความผิด จำเลยสละข้อต่อสู้เรื่องทำลายทรั
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3121/2539นาง ละเอียด ตรี เดช กับพวกโจทก์บริษัท เพรสซิเดนท์ฟุตแวร์ส จำกัด กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 582, ม. 1167 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46ก่อนเลิกจ้าง จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายจ้างมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสามร้อยสี่สิบเอ็ดไม่ต้องมาทำงาน โดยจะจ่ายค่าจ้างให้กึ่งหนึ่ง แต่โจทก์ทั้งหมดไม่พอใจจึงไปร้องเรียนต่อกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม การที่โจทก์ทั้งหมดหยุดงานเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายจ้าง มิใช่เป็นการนัดหยุดงานเมื่อมีข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518เมื่อจำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์โดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าและโจทก์ไม่มีความผิด จึงต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 ให้แก่โจทก์ทั้งหมด ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 2 ได้นิยามคำว่า นายจ้าง ไว้ว่า ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคล ให้หมายถึงผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลและรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลนั้นด้วย ดังนั้นจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทจำเลยที่ 1 จึงเป็นนายจ้างของโจทก์ตามบทกฎหมายดังกล่าวด้วย ต้องร่วมกันรับผิดจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์แต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167 กำหนดให้ความเกี่ยวพันกันในระหว่างกรรมการและบริษัทและบุคคลภายนอกต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยตัวแทนเมื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 เลิกจ้างโจทก์โดยกระทำภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทน จึงไม่ต้อ