ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 3775 - 3776/2529

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างโดยไม่ตั้งกรรมการสอบสวนที่มีผู้แทนสหภาพแรงงานร่วมด้วย เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่

หลักกฎหมาย

อำนาจตามข้อบังคับฯ ข้อ 41 เป็นอำนาจที่สมบูรณ์ของผู้ว่าการจำเลย ไม่มีข้อบังคับข้อใดจะลบล้างอำนาจที่สมบูรณ์สิทธิขาดนั้นเสียได้ แม้ไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนโจทก์ทั้งสองประการใดเลย ผู้ว่าการของจำเลยย่อมมีอำนาจลงโทษโจทก์ทั้งสองได้โดยลำพัง การตั้งกรรมการสอบสวนโดยไม่มีผู้แทนของสหภาพแรงงานเข้าร่วมเป็นกรรมกา

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางที่พิพากษายกฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างประจำของจำเลย สำนักงานประปาสงขลา และเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาค จำเลยให้โจทก์ทั้งสองออกจากงานโดยอ้างว่าโจทก์ย้ายมาตรวัดน้ำโดยไม่มีอำนาจ เรียกรับเงินค่าย้ายและค่าติดตั้งเป็นประโยชน์ส่วนตัว ยักยอกมาตรวัดน้ำ ท่ออุปกรณ์ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ ผิดวินัยและข้อบังคับของจ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 3775 - 3776/2529นาย สมชาย กาญจนะ กับพวกโจทก์การประปาส่วนภูมิภาคจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 68โจทก์ให้การรับสารภาพต่อผู้บังคับบัญชาว่าทุจริตต่อหน้าที่เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงอันเป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามข้อบังคับของจำเลยผู้ว่าการมีอำนาจพิจารณาสั่งลงโทษไล่ออกหรือให้ออกได้โดยไม่ต้องตั้งกรรมการสอบสวนอำนาจนี้เป็นอำนาจที่สมบูรณ์ของผู้ว่าการจำเลยแม้จำเลยจะตั้งกรรมการขึ้นสอบสวนโดยไม่มีผู้แทนของสหภาพแรงงานเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วยตามข้อตกลงระหว่างสหภาพแรงงานกับจำเลยก็ไม่มีผลลบล้างอำนาจที่สมบูรณ์สิทธิขาดนั้นเสียได้การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองสำนวนเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยสำนักงานประปาสงขลา และเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาค จำเลยให้โจทก์ทั้งสองออกจากงานโดยอ้างว่าโจทก์ย้ายมาตรวัดน้ำโดยไม่มีอำนาจ เรียกรับเงินค่าย้ายและค่าติดตั้งเป็นประโยชน์ส่วนตัว ยักยอกมาตรวัดน้ำ ท่ออุปกรณ์ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ ผิดวินัยและข้อบังคับของจำเลยอย่างร้ายแรง ซึ่งไม่เป็นความจริง การสอบสวนโจทก์ไม่ชอบเพราะจำเลยมิได้แต่งตั้งผู้แทนสหภาพแรงงานเข้าร่วมเป็นกรรมการสอบสวนด้วยตามข้อบังคับและข้อตกลงระหว่างจำเลยกับสหภาพแรงงาน จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยยกเลิกคำสั่งเลิกจ้างและให้ริบโจทก์ทั้งสองกลับเข้าทำงานตามเดิม ให้จ่ายค่าจ้างตั้งแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันที่รับกลับเข้าทำงานพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสองกระทำผิดตามฟ้อง และได้รับสารภาพต่อผู้บังคับบัญชาแล