การกำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 เมื่อการกำหนดค่าทดแทนยังไม่เสร็จสิ้นในขณะที่ป
เมื่อการกำหนดค่าทดแทนยังไม่เสร็จสิ้นในขณะที่กฎหมายเดิมถูกยกเลิกและกฎหมายใหม่มีผลใช้บังคับ การกำหนดค่าทดแทนต้องดำเนินการตามกฎหมายใหม่ ตามมาตรา 36 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 และต้องคำนึงถึงปัจจัยตามมาตรา 21 เพื่อความเป็นธรรม
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่สำหรับดอกเบี้ยให้โจทก์ได้รับเท่ากับอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน ทั้งนี้ไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ของจำนวนเงินที่เพิ่ม
โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2523 จำเลยที่ 3 กำหนดค่าทดแทนให้ แต่โจทก์ไม่ตกลงและอุทธรณ์ การตกลงราคาและการกำหนดค่าทดแทนเกิดขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2532 ซึ่งเป็นวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ในส่วนที่ 3 ถูกยกเลิกแล้ว และพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4577/2539นาง ฟูจิตร เรือง ทรัพย์ เอนกโจทก์กระทรวงคมนาคม กับพวกจำเลย พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ม. 21, ม. 36 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 63, ข้อ 63, ข้อ 64, ข้อ 65, ข้อ 66, ข้อ 67, ข้อ 68, ข้อ 69, ข้อ 70, ข้อ 71, ข้อ 72, ข้อ 73, ข้อ 74, ข้อ 75, ข้อ 76, ข้อ 77, ข้อ 78, ข้อ 79, ข้อ 80การกำหนดค่าทดแทนสำหรับที่ดินของโจทก์ยังไม่เสร็จสิ้นในขณะที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ในส่วนที่ 3การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างหรือขยายทางหลวงถูกยกเลิกแล้ว และพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มีผลบังคับ การกำหนดค่าทดแทนจึงต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินค่าทดแทน17,272,100 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน3,458,100 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง(ฟ้องวันที่ 2 พฤษภาคม 2533) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาทและยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 3 ชำระเงินแก่โจทก์2,816,100 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้โดยคู่ความมิได้