ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1380/2546นายชาญชัย แจ้งยุบลโจทก์นางกันยาศิริ พุทธสถิตย์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1749แม้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์เท่านั้น แต่เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เป็นทายาทอยู่ในฐานะอันควรได้มรดกเช่นเดียวกับโจทก์ ศาลมีอำนาจแบ่งมรดกรายนี้ให้แก่จำเลยที่ 1 ได้ เนื่องจากจำเลยที่ 1 เป็นคู่ความในคดีตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1749 วรรคสองอยู่แล้ว โดยไม่จำต้องร้องสอดเข้ามาขอส่วนแบ่งในคดีแต่อย่างใดคดีที่เดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกับสำนวนคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๒๕๐๗/๒๕๓๙ ของศาลชั้นต้น โดยให้เรียกนายชาญชัย แจ้งยุบล โจทก์ ในสำนวนคดีนี้ว่า โจทก์เรียกนางกันยาศิริ พุทธสถิตย์หรือแจ้งยุบล จำเลยที่ ๑ ในสำนวนคดีนี้ และเป็นโจทก์ในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๒๕๐๗/๒๕๓๙ ของศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ ๑ และเรียกนายอภิชาติ แจ้งยุบล จำเลยที่ ๒ ในสำนวนคดีนี้ และเป็นจำเลยในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๒๕๐๗/๒๕๓๙ ของศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ ๒ แต่คดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๒๕๐๗/๒๕๓๙ ของศาลชั้นต้นยุติแล้วตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยคู่ความมิได้ฎีกา คงขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๐๒๑๓ (ที่ถูก ๒๓๑๑๓) ตำบลจรเข้บัว อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ในส่วนที่เป็นทรัพย์มรดกของนางนวลไฉน แจ้งยุคล ซึ่งเป็นมารดาโจทก์และจำเลยที่ ๑ ให้โจทก์จำนวน ๒๖ ตารางวา โดยให้โอนใส่ชื่อโจทก์ในสารบาญจดทะเบียนสิทธินิติกรรมที่ดินสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาลาดพร้าว หากจำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการ ให้ถือเอาคำพิพากษาแสดงแทนเจตนา จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร