ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอัตราค่าขึ้นศาลที่ต้องชำระในคำร้องขอให้บังคับจำนองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 289 และสิทธิในการอุทธรณ์เมื่อมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้น
คำร้องขอให้บังคับจำนองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 289 ถือเป็นคำฟ้องบังคับจำนอง หากจำเลยผู้จำนองไม่ได้ให้การต่อสู้คดีหรือคัดค้าน ผู้ร้องต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 ข้อ 1 (ค) ในอัตราร้อยละ 1 ของจำนวนหนี้ที่เรียกร้อง แม้โจทก์จะยื่นคำคัดค้านก็ถือเป็นเพียงการโต้แย้งในชั้นบังคับคดี ไม่ใช่คำให้การต่อสู้คดีแทนจำเลย
พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่เรียกให้ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ของจำนวนหนี้ที่เรียกร้อง และให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่ผู้ร้องเสียเพิ่มดังกล่าวเป็นเงินจำนวน 113,293.50 บาท แก่ผู้ร้อง ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
ผู้ร้องเป็นผู้รับจำนองยื่นคำร้องขอให้บังคับจำนองที่ดินที่โจทก์นำยึด โดยชำระค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละ 1 ศาลชั้นต้นสั่งให้ชำระเพิ่มเป็นร้อยละ 2.5 ผู้ร้องชำระเพิ่มโดยมิได้โต้แย้ง ต่อมาศาลชั้นต้นยกคำร้องขอ ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา จำเลยผู้จำนองไม่ได้ให้การต่อสู้คดีหรือคัดค้าน โจทก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7409/2546ห้างหุ้นส่วนจำกัดทวีศักดิ์คลองใหญ่โจทก์ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)ผู้ร้องนายพงษ์ศิลป์ สุทินฤกษ์จำเลย ป.วิ.พ. ม. 168, ม. 225 วรรคสอง, ม. 226 (2), ม. 289, ตาราง 1 ข้อ 1 (คคำร้องขอให้บังคับจำนองของผู้ร้องซึ่งเป็นคำฟ้องจะต้องเสียค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละเท่าใดนั้น เป็นปัญหา ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ผู้ร้องจะมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นไว้ ซึ่งเท่ากับว่าผู้ร้องมิได้ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น ผู้ร้องก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างซึ่งปัญหาเช่นว่านั้นในอุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคสอง อันเป็นข้อยกเว้นของมาตรา 226 (2) และแม้ว่าผู้ร้องจะอุทธรณ์ในเรื่องค่าขึ้นศาลเพียงอย่างเดียวแต่ก็เป็นการอุทธรณ์โดยยกเหตุว่าศาลชั้นต้นมิได้กำหนดค่าฤชาธรรมเนียมให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่ต้องห้ามผู้ร้องอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 168 ผู้ร้องในฐานะผู้รับจำนองได้ยื่นคำร้องขอตาม ป.วิ.พ. มาตรา 289 ซึ่งถือได้ว่าเป็นคำฟ้องบังคับจำนองแก่จำเลยนั่นเอง คดีนี้จำเลยผู้จำนองไม่ได้ให้การต่อสู้คดีหรือคัดค้านคำร้องขอของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 ข้อ 1 (ค) ท้าย ป.วิ.พ. ในอัตราร้อยละ 1 ของจำนวนหนี้ที่เรียกร้อง แม้โจทก์จะได้ยื่นคำคัดค้านก็ถือว่าเป็นเพียงการ โต้แย้งในชั้นบังคับคดีของโจทก์เท่านั้น ถือไม่ได้ว่าคำคัดค้านของโจทก์เป็นคำให้การต่อสู้คดีแทนจำเลยตามความหมาย ของตาราง 1 ข้อ 1 (ค) ท้าย ป.วิ.พ. หมายเหตุ วินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8/2546คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงินจำนวน ๓๘๐,๐๐๐ บ