ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7833/2546

ประเด็นกฎหมาย

ดอกเบี้ยที่ได้รับจากการให้บริษัทในเครือกู้ยืมเงิน ซึ่งเป็นรายรับจากกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แม้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ ก็ย

หลักกฎหมาย

ดอกเบี้ยที่เกิดจากการให้กู้ยืมเงินระหว่างบริษัทในเครือถือเป็นรายรับจากกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2 (5) แห่งประมวลรัษฎากร แม้คำสั่งกรมสรรพากร ฉบับที่ ป. 26/2534 จะยกเว้นไม่ต้องนำดอกเบี้ยดังกล่าวมาคำนวณเป็นรายรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่ก็ไม่ทำให้กิจการให้กู้ยืมเงินพ้นจากการเป็นกิจ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้งดเบี้ยปรับทั้งหมดที่โจทก์จะต้องชำระตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ ศภญ. (อธ. 1)/101/2544 และเลขที่ ศภญ. (อธ.1)/102/2544 ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2544 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นบริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีทั้งกิจการที่เสียและได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม โจทก์ให้บริษัทในเครือที่ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 กู้ยืมเงินและได้รับดอกเบี้ย ซึ่งดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นรายรับจากกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะตามคำสั่งกรมสรรพ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7833/2546บริษัทซีอาร์ซี.เอโฮลด์ จำกัดโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.รัษฎากร ม. 82/3, ม. 82/6, ม. 91/2 (5), ม. 91/3, ม. 91/5 (5) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) โจทก์เป็นบริษัทผู้ประกอบการค้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีทั้งประเภทเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ดอกเบี้ยที่บริษัทโจทก์ได้รับจากการให้บริษัทในเครือของโจทก์กู้เป็นรายรับที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เพราะการกู้ยืมเงินเช่นว่านั้นถือเป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตาม ป. รัษฎากร มาตรา 91/2 (5) และเป็นกิจการที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/3 แต่อย่างใด ส่วนที่มีคำสั่งกรมสรรพากร ฉบับที่ ป. 26/2534 เรื่องดอกเบี้ยสำหรับกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ตามมาตรา 91/5 (5) แห่ง ป. รัษฎากร ข้อ 2 ยกเว้นดอกเบี้ยดังกล่าว ไม่ต้องนำมาคำนวณเป็นรายรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ดอกเบี้ยดังกล่าวจึงยังคงเป็นรายรับจากกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เพียงแต่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาคำนวณเป็นรายรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเท่านั้น เมื่อดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นรายรับของกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ก็ย่อมถือเป็นรายได้ตามความหมายคำว่า รายได้ ตามข้อ 4 (2) แห่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เมื่อดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นรายได้ของกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โจทก์ต้องนำไปคำนวณเป็นรายได้ของกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของรายได้แต่ละกิจการตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรดังกล่าว ข้อ 2 การที่โจทก์ไม่นำรายได้ส่วนที่ไปเป็นรายได้ของกิจการป