ที่ดินในเขตหวงห้ามที่ราษฎรครอบครองก่อนการหวงห้าม สามารถขอออกโฉนดได้ และศาลมีอำนาจบังคับให้เพิกถอนคำสั่งไม่ออกโฉนด แต่ไม่อาจบังคับให้ออกโฉนดโดยถือเอาคำ
ที่ดินในเขตพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามที่ดินซึ่งราษฎรเข้าครอบครองทำประโยชน์ก่อนการหวงห้าม ไม่ต้องห้ามออกโฉนดตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ข้อ 14 (4) และศาลไม่อาจบังคับให้เจ้าพนักงานที่ดินเพิกถอนคำสั่งของตนเอง หรือบังคับให้ออกโฉนดโดยถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา เพราะไม่ใช่กรณีบังคับให้นิติกรรม
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งจำเลยที่ไม่ออกโฉนดที่ดินให้โจทก์ทั้งสอง ฉบับลงวันที่ 25 มีนาคม 2540 ให้จำเลยดำเนินการออกโฉนดที่ดินให้โจทก์ทั้งสอง ให้ยกคำขอที่ให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยในกรณีที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามที่ดิน พ.ศ. 2481 แต่มีผู้ครอบครองทำประโยชน์มาก่อนปี 2481 คือ นายบุญ ครอบครองตั้งแต่ปี 2468 และโจทก์ครอบครองต่อมา เมื่อโจทก์ขอออกโฉนด จำเลยมีคำสั่งไม่ออกโฉนดอ้างว่าอยู่ในเขตหวงห้าม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 430/2547นายฟื้น เอมสมบุญ กับพวกโจทก์นายธาดา โกมลมาลย์จำเลย ป.พ.พ. ม. 213 ป.วิ.พ. ม. 142 พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม. 10 ป.ที่ดิน ม. 20 (3) (4), ม. 59 พ.ร.ฎ.กำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดิน อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ และอำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ.2481 พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 บ. ครอบครองที่ดินพิพาทมาตั้งแต่ปี 2468 โจทก์ทั้งสองเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทต่อจาก บ. และทายาท บ. แม้ที่ดินพิพาทจะอยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดิน ฯ พ.ศ. 2481 แต่เป็นที่ดินซึ่งราษฎรเข้าครอบครองทำประโยชน์ก่อนการหวงห้ามในปี 2481 จึงไม่ต้องห้ามที่จะออกโฉนดที่ดินให้โจทก์ทั้งสองตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ออกตามความใน พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 หมวด 3 ข้อ 14 (4) คำสั่งของจำเลยที่ไม่ออกโฉนดที่ดินให้โจทก์ทั้งสอง จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ฟ้องคดีเพื่อมุ่งประสงค์จะขอให้ใช้อำนาจศาลบังคับให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ไม่ออกโฉนดที่ดินให้โจทก์ทั้งสอง การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยเพิกถอนคำสั่งของจำเลยเองที่ไม่ออกโฉนดที่ดินให้โจทก์ทั้งสองเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง การที่ศาลล่างทั้งสองบังคับให้จำเลยดำเนินการออกโฉนดที่ดินให้โจทก์ทั้งสอง หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยนั้น ไม่อาจทำได้เพราะไม่ใช่กรณีที่ศาลบังคับจำเลยให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งโจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้จำเลยเพิกถอนคำสั่งที่ไม่ออกโฉนดที่ดินให้โจทก์ทั้งสอง ฉบับลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๐ และดำเนินการออกโฉนดที่ดินให้โจทก์ทั้งสองในที่ดินพิพาท ตั้งอยู่ตำบลพ