ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6889/2546

ประเด็นกฎหมาย

รถไถนาแบบเดินตามมีกระบะพ่วงเป็นรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 หรือไม่

หลักกฎหมาย

รถไถนาแบบเดินตามมีกระบะพ่วงที่มีล้อ 4 ล้อ อาศัยเครื่องยนต์ของรถไถนาแบบเดินตามส่วนหน้า ไม่ได้ใช้เครื่องยนต์สำหรับรถยนต์โดยเฉพาะ เข้าลักษณะเป็นรถใช้งานเกษตรกรรมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2525) จึงเป็นรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 4

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4), 157 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยขับรถไถนาแบบเดินตามมีกระบะพ่วงท้าย เมื่อรถขัดข้องจึงจอดที่ไหล่ทางเพื่อแก้ไข ต่อมามีผู้ขับรถจักรยานยนต์ชนท้ายกระบะพ่วงถึงแก่ความตาย รถไถนาแบบเดินตามมีกระบะพ่วงมีล้อ 4 ล้อ อาศัยเครื่องยนต์จากตัวรถไถนา ไม่ได้ใช้เครื่องยนต์สำหรับรถยนต์โดยเฉพาะ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6889/2546พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิโจทก์นายสนิท ช่างขาวโจทก์ร่วมนายสมบัติ มิกขุนทดจำเลย พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ม. 4 กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2525) ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ให้ความหมายคำว่า รถ ไว้ว่า หมายความว่า รถยนต์? และรถอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และมีกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2525) ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกตามความใน พ.ร.บ. รถยนต์ ฯ ข้อ 1 วรรคหนึ่ง ว่า ให้รถใช้งานเกษตรกรรมเป็นรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และวรรคสองความว่า รถใช้งานเกษตรกรรมตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า รถที่ผลิตหรือประกอบขึ้นเพื่อใช้งานเกษตรกรรมโดยใช้เครื่องยนต์ซึ่งมิได้ใช้สำหรับรถยนต์โดยเฉพาะมาติดตั้ง ส่วนข้อ 2 มีความว่า รถใช้งานเกษตรกรรมต้องเป็นรถที่มีสามล้อ หรือสี่ล้อ? กว้างไม่เกิน 2 เมตร ยาวไม่เกิน 6 เมตร? เมื่อรถไถนาแบบเดินตามมีกระบะพ่วง มีล้อ 4 ล้อ คือ 2 ล้อหน้าเป็นส่วนตัวรถไถนาแบบเดินตาม ส่วน 2 ล้อหลัง เป็นส่วนกระบะที่ดัดแปลงมาพ่วงต่อใช้เป็นส่วนให้คนนั่งหรือบรรทุกพืชผักผลไม้ได้ โดยแล่นไปโดยอาศัยเครื่องยนต์ของรถไถนาแบบเดินตามส่วนหน้านั้นเอง ไม่ได้อาศัยเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์โดยเฉพาะมาติดตั้ง ดังนั้น จึงครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2525) รถไถนาแบบเดินตามมีกระบะพ่วงจึงเป็นรถใช้งานเกษตรกรรมและเป็นรถตาม พ.ร.บ. รถยนต์ ฯ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ประกอบกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2525) แล้วโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ , ๓๙๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๖ , ๔๓ (๔) , ๕๖ , ๕๗ , ๑๔๘ , ๑๕๒ , ๑๕๗ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕ (๒) จำเลยให