ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4390/2547

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4390/2547นายชาตรี สุดดีโจทก์นายเต็ก ถุงศิลป์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 466แม้สัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.8 จะระบุเนื้อที่ดินที่จะซื้อจะขายกันจำนวน 31 ไร่ 3 งาน 4 ตารางวา แต่ได้มีการบันทึกเพิ่มเติมในหมายเหตุว่า ผู้จะขายจะต้องทำการรังวัดสอบเขตใหม่ ได้เนื้อที่จริงเท่าใดให้คิดกันตามเนื้อที่ที่รังวัดได้ใหม่ ถ้าได้เนื้อที่มากหรือน้อยกว่าในโฉนดให้คิดในราคาไร่ละ 350,000 บาท ซึ่งเป็นการจะซื้อจะขายที่ดินคิดราคาตามเนื้อที่ที่รังวัดได้จริง มิใช่การจะซื้อจะขายที่ดินที่ระบุจำนวนเนื้อที่ดินไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 466 แม้รังวัดที่ดินพิพาทจะมีเนื้อที่น้อยกว่าเกินร้อยละห้าของเนื้อที่ดินในโฉนด ก็ไม่อาจใช้สิทธิเลิกสัญญาตาม ป.พ.พ. มาตรา 466โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินมัดจำและชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น จำเลยที่ ๑ ให้การว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่มีสิทธิเรียกมัดจำคืนและไม่มีสิทธิเรียกเอาค่าเสียหาย? ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การและแก้ไขคำให้การว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ไม่มีสิทธิเรียกเงินมัดจำคืน และไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย โจทก์ไม่เคยทำสัญญาจะซื้อที่ดินและถูกริบเงินมัดจำตามที่กล่าวอ้างในฟ้อง ถ้าหากถูกริบเงินมัดจำก็เป็นเพราะโจทก์ผิดสัญญา โจทก์ไม่เคยแจ้งให้จำเลยที่ ๒ ทราบว่าโจทก์ทำสัญญาจะซื้อที่ดินข้างเคียง ถ้าโจทก์ต้องเสียหาย ก็ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินมัดจำ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ย อัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่