ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1911/2547พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่โจทก์นายสุพลหรือเที่ยง เพ็ชรพันธ์จำเลย ป.อ. ม. 69, ม. 288จำเลยยิงผู้ตายเพราะผู้ตายจะใช้มีดแทง จำเลยย่อมมีสิทธิป้องกันตัว แต่แม้จำเลยจะไม่มีหน้าที่ต้องหนีการที่จำเลยมีอาวุธปืนที่ร้ายแรงกว่า จำเลยอาจเลือกยิงร่างกายส่วนที่สำคัญน้อยหรือเป็นอันตรายน้อยเพียงเพื่อยับยั้งผู้ตาย แต่จำเลยกลับใช้อาวุธปืนเล็งยิงไปที่ใบหน้า จึงเป็นการป้องกันเกินกว่ากรณีที่จำต้องกระทำเพื่อป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 69โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ , ๗๒ ทวิ ป.อ. มาตรา ๓๒ , ๙๑ , ๒๘๘ ,๓๗๑ ริบของกลาง จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน และรับสารภาพในความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ให้ปรับจำเลยในความผิดฐานพาอาวุธปืน ๔,๐๐๐ บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง แล้วคงปรับ ๒,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตาม ป.อ. มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับจัดการตาม ป.อ. มาตรา ๒๙ , ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ความผิดฐานพาอาวุธปืนเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘ คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เฉพาะข้อหาฆ่าผู้อื่น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า วันเกิดเหตุผู้ตายนำต้นไม้ไปปลูกตามแนวเขตที่ดินด้านที่ติดต่อที่ดินจำเลย เวลาประมาณ ๑๗.๓๐ นาฬิกา ขณะที่ผู้ตายยืนอยู่กับนายอำนวย จำเลยออกจากบ้านไปที่ที่ดินของผู้ตาย มีการโต้เถียงกันเร