ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5239/2547พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรีโจทก์นายเอกฤทธิ์ มะลิสุวรรณ์ กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 172 วรรคหนึ่ง, ม. 175 ป.วิ.พ. ม. 117 วรรคสองศาลมีอำนาจเรียกสำนวนการสอบสวนจากพนักงานอัยการมาเพื่อประกอบการวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 175 การดำเนินการของศาลดังกล่าวมิใช่การพิจารณาและสืบพยานในศาล จึงไม่ต้องทำต่อหน้าจำเลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 172 วรรคหนึ่ง และเมื่อมิใช่การสืบพยาน จำเลยที่ 1 จึงไม่มีอำนาจถามค้านพยานตาม ป.วิ.พ. มาตรา 117 วรรคสอง ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตาม ป.อ. มาตรา ๘๓, ๒๘๘ จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๒๐ ปี ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ ถึง ที่ ๔ โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง มีคนร้ายใช้วัตถุมีคมแทงนายสมโภชน์ผู้ตายที่บริเวณลำคอด้านหน้า เป็นเหตุให้เส้นเลือดและหลอดลมขาดเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ ๑ ได้หลังเกิดเหตุ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ ว่า จำเลยที่ ๑ กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ พยานโจทก์ทั้งสามปากเบิกความได้สอดคล้องกัน ทั้งที่ไม่ปรากฏว่ามีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ ๑ มาก่อน ไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะเบิกความปรักปรำจำเลยที่ ๑ ให้ต้องรับโทษพยานหลักฐานจำเลยที่ ๑ มีน้ำหนักน้อยไม่อาจฟังหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักให้รับฟังว่าจำเลยที่ ๑ กระทำความผิดตามฟ้อง ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นเรียกคำให้การชั้นสอบสวนเพื่อประกอบคำให้ก