ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2223/2547

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2223/2547นางบุหลัน อินทรฤทธิ์ผู้ร้องพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. ม. 70, ม. 174 (2)อุทธรณ์ของผู้ร้องในหน้าแรกมีตัวหนังสือที่มีตรายางประทับข้อความว่าผู้ร้องจะมารับทราบคำสั่งศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันยื่นและทุก ๆ 7 วันนั้น เป็นขั้นตอนการปฏิบัติของศาลในการกำหนดวิธีการรับทราบคำสั่งของศาลมีผลเป็นคำสั่งของศาล หาใช่เป็นเพียงแบบฟอร์มและวิธีปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ศาลไม่ ศาลชั้นต้นกำหนดให้ผู้ร้องนำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายใน 7 วัน โดยมีคำสั่งเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2545 หลังจากที่ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์ 7 วันก็ตาม แต่การที่ทนาย ผู้ร้องลงลายมือชื่อรับทราบข้อความที่ประทับตรายางต้องถือว่าผู้ร้องยอมผูกพันตามข้อความที่ประทับตรายางนั้น ถ้าไม่มาก็ให้ถือว่าผู้ร้องทราบคำสั่งแล้ว ดังนั้นแม้ผู้ร้องจะไม่มาฟังคำสั่งก็ถือว่าคำสั่งศาลชั้นต้นได้ส่งให้จำเลยโดยชอบและผู้ร้องทราบคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2545 เมื่อปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2545 ว่าผู้ร้องมิได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่ผู้คัดค้าน จึงเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ประกอบ มาตรา 246คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่าผู้ร้องเป็นบุตรบุญธรรมของนางสาว สลับ ผู้ตาย โดยมิได้ตั้ง ผู้จัดการมรดกไว้ การจัดการมรดกมีเหตุขัดข้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่าผู้ตาย ทำพินัยกรรมตั้งสภากาชาดไทยเป็นผู้จัดการมรดกไว้ ขอให้ยกคำร้องขอและตั้งสภากาชาดไทยเป็นผู้จัดการมรดก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้สภากาชาดไทย เป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวสลับ ผู้ตาย ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๗๑๓ ให