ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6255/2547พนักงายอัยการจังหวัดลำปางโจทก์นายสาธิตหรือสา กริดสัมพันธ์ กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 22 วรรคแรก ป.วิ.อ. ม. 172 วรรคสองข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงต่างหากจากข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดและเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ปรากฏ คดีนี้จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเพียงว่าได้กระทำความผิดตามฟ้องเท่านั้น มิได้ให้การรับด้วยว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในที่คดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ เมื่อโจทก์ไม่ได้นำสืบให้ปรากฏเช่นนั้น ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ จะนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำเลยในคดีดังกล่าวหาได้ไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม ป.อ. มาตรา ๘๓ , ๓๓๖ , ๓๓๖ ทวิ และให้จำเลยทั้งสองคืนเงินจำนวน ๔๐ บาท และกระเป๋าสะพายหรือใช้ราคาทรัพย์รวมจำนวน ๙๙ บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายกับนับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากโทษของจำเลยที่ ๒ ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๖๖๘/๒๕๔๖ ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๓๖ วรรคแรก ประกอบมาตรา ๓๓๖ ทวิ , ๘๓ แม้จำเลยทั้งสองอายุไม่เกิน ๒๐ ปี แต่จากพฤติการณ์แห่งคดีและจากการสืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งสองประกอบกับจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดในฐานความผิดในลักษณะเดียวกันนี้มาก่อน และจำเลยทั้งสองรู้ผิดชอบชั่วดีแล้ว จึงไม่อาจลดมาตราส่วนโทษให้ ตาม ป.อ. มาตรา ๗๖ โดยให้จำคุกคนละ ๖ ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ให้จำเลยทั้งสองคืนเงินจำนวน ๔๐ บาท กร