ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4495/2547นายศึก อรรคจันทร์โจทก์บริษัทเอสซีลอร์ แมนนูแฟ็คเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 104, ม. 125 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31แม้คู่ความฝ่ายหนึ่งจะมิได้คัดค้านการอ้างเอกสารเป็นพยานของคู่ความอีกฝ่ายตาม ป.วิ.พ. มาตรา 125 ก็เพียงแต่ห้ามมิให้คู่ความฝ่ายนั้นคัดค้านการมีอยู่ และความแท้จริงของเอกสารนั้นเมื่อพ้นกำหนดเวลาเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการบังคับให้ศาลต้องถือว่าข้อเท็จจริงเป็นดังที่ปรากฏในเอกสารนั้น เพราะข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่ศาลต้องพิจารณาและมีอำนาจรับฟังจากพยานหลักฐานทั้งปวงอีกชั้นหนึ่งต่างหากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ารวมเป็นเงิน 36,984 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่จำเลยทั้งสองเลิกจ้างโจทก์คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2540 จนถึงวันฟ้องเป็นระยะเวลา 6 ปี 2 เดือน คิดเป็นดอกเบี้ย 34,210.20 บาท รวมเป็นเงิน 71,194.20 บาท กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 36,984 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันจ่ายค่าชดเชยจำนวน 27,738 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 9,246 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตาม