ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 292 - 339/2548

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าศาลแรงงานกลางสามารถออกหมายบังคับคดียึดอายัดทรัพย์ขององค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) ซึ่งเป็นองค์การของรัฐบาลได้หรือไม่ เนื่องจากจำเล

หลักกฎหมาย

รายได้ของจำเลยที่ 1 ก่อนหักค่าใช้จ่ายยังไม่เป็นของแผ่นดินอันจะยึดไม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1307 เนื่องจากตาม พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ พ.ศ. 2496 มาตรา 11 และ 12 รายได้จากการดำเนินกิจการตกเป็นของจำเลยที่ 1 สำหรับเป็นค่าใช้จ่าย และเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วจึงนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ ดังนั้น

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่ให้ยกคำร้องขอเพิกถอนหมายบังคับคดีของจำเลยที่ 1

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 เป็นองค์การของรัฐบาลจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ พ.ศ. 2496 ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินบำเหน็จและค่าตอบแทนแก่โจทก์ 58 สำนวน โจทก์ 48 สำนวนขอออกหมายบังคับคดี ศาลแรงงานกลางออกหมายบังคับคดี จำเลยที่ 1 ขอเพิกถอนหมายบังคับคดีโดยอ้างว่าทรัพย์สิน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 292 - 339/2548นางมาลี เหลี่ยมสูงเนิน กับพวกโจทก์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1307 พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ พ.ศ.2496 จำเลยที่ 1 เป็นองค์การของรัฐบาลจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ พ.ศ. 2496 แม้ตามมาตรา 8 จะกำหนดให้กระทรวงคมนาคมโอนกิจการ สิทธิ หน้าที่ ทรัพย์สิน และหนี้สิน ซึ่งเกิดจากการดำเนินกิจการขององค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ซึ่งสังกัดอยู่ในกระทรวงคมนาคม ตลอดจนพนักงานขององค์การดังกล่าว ก่อนวันพระราชกฤษฎีกานี้บังคับให้แก่จำเลยที่ 1 ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว และตามมาตรา 9 บัญญัติว่า "ให้กำหนดทุนของ ร.ส.พ. เป็นจำนวนเงินห้าสิบล้านบาท โดยรัฐบาลจ่ายให้เป็นทุนประเดิมสิบล้านบาท และจ่ายเพิ่มเติมเป็นคราว ๆ ตามจำนวนที่รัฐบาลเห็นสมควร" ซึ่งเป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยที่ 1 มีทุนห้าสิบล้านบาทโดยทุนทั้งหมดรัฐบาลเป็นผู้จ่ายให้ และทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 บางส่วนได้รับโอนจากกระทรวงคมนาคม แต่ตามมาตรา 11 ก็กำหนดให้รายได้ที่จำเลยที่ 1 ได้รับจากการดำเนินกิจการให้ตกเป็นของจำเลยที่ 1 สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ส่วนตามมาตรา 12 กำหนดให้เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้แล้วรายได้ของจำเลยที่ 1 เหลือเท่าใด จึงให้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐ แสดงให้เห็นว่ารายได้ของจำเลยที่ 1 ก่อนหักค่าใช้จ่ายยังไม่เป็นของแผ่นดินอันจะยึดไม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1307 กรณีเช่นนี้ ศาลแรงงานย่อมออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดอายัดทรัพย์จำเลยที่ 1 ในส่วนดังกล่าวได้คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาและคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินบำเหน็จและเงินค่าตอบแทนความชอบในการทำงานแก่โจทก์รวม 58 สำนวน