ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2548
ประเด็นกฎหมาย
การขอตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ไม่ใช่คดีที่ทายาทจะรับมรดกความของคู่ความที่ถึงแก่กรรมได้
หลักกฎหมาย
การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดก ไม่เป็นคดีที่ทายาทจะรับมรดกความของคู่ความที่ถึงแก่กรรมได้ เพราะเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน
คำวินิจฉัย
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้นายนวล เข้าเป็นคู่ความแทนผู้คัดค้านที่ 1 และให้จำหน่ายคดีผู้คัดค้านที่ 1 ออกจากสารบบความ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
ศาลชั้นต้นตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านทั้งสี่ยื่นคัดค้าน ระหว่างพิจารณาผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่กรรม นายนวลซึ่งเป็นทายาทยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2548นางสาวอำไพ เครื่องนันตาผู้ร้องนายจันทร์ตา เครื่องนันตา โดยนายนวล เครื่องนันตา ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวกผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. ม. 42, ม. 132 (3) ป.พ.พ. การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดก ไม่เป็นคดีที่ทายาทจะรับมรดกความของคู่ความที่ถึงแก่กรรมได้ เพราะการขอเป็นผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านถือได้ว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่กรรม น. จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ น. เข้ามาเป็นคู่ความแทน และศาลอุทธรณ์ภาค 5 มิได้แก้ไข จึงเป็นการไม่ชอบ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาผู้คัดค้านที่ 1คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ 21 มกราคม 2541 ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายมาหรือมานิตย์ ผู้ตาย ผู้คัดค้านทั้งสี่ยื่นคัดค้านขอให้ศาลเพิกถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายมา และตั้งผู้คัดค้านที่ 4 เป็นผู้จัดการมรดก ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ยกคำคัดค้าน ระหว่างการพิจารณา ผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่ความตาย นายนวล ผู้คัดค้านที่ 3 ซึ่งเป็นทายาทของผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำคัดค้านของผู้คัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสี่ ให้ผู้คัดค้านทั้งสี่ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ผู้คัดค้านทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ให้ผู้คัดค้านทั้งสี่ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนผู้ร้อง ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เรื่องการขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดก ไม่เป็นคดีที่ทายาทจะรับมรดกความของคู่ความที่