ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9015/2547

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9015/2547บริษัทอีซูซุสงวนไทยมอเตอร์เซลส์ จำกัดโจทก์นางนิตยา ดาปานหรือคาปานจำเลย ป.วิ.พ. ม. 64 ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 182ใบมอบฉันทะของโจทก์ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546 ระบุว่าโจทก์มอบอำนาจให้ ว. ไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 และลงลายมือชื่อรับทราบคำสั่งศาลในคดีนี้โดยมิได้ระบุว่าให้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในวันเวลาใด การมอบฉันทะดังกล่าวก็เพื่อให้ ว. มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 แทนโจทก์จนเสร็จการนั้นเอง ตราบใดที่ยังไม่มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ว. ก็ยังมีอำนาจฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 อยู่จนกว่าโจทก์จะถอนหรือยกเลิกใบมอบฉันทะดังกล่าว การที่ ว. มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 อีกครั้งหนึ่งในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 16.15 นาฬิกา หลังจากที่ศาลมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 10 นาฬิกา ให้เลื่อนการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไปเป็นวันที่ 11 มีนาคม 2546 เวลา 9 นาฬิกา และออกหมายจับจำเลยรวมทั้งปรับนายประกันแล้วเช่นนี้ ก็ต้องถือว่า ว. ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบฉันทะจากโจทก์ มิใช่กระทำโดยพลการตามที่โจทก์ฎีกาแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้ ว. ฟังก็ต้องถือว่าได้อ่าน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้โจทก์ฟังโดยชอบแล้วคดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ถึงวันนัดนางสาวแววดาว ผู้รับมอบฉันทะจากผู้รับมอบอำนาจโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยไม่มา ศาลชั้นต้นจึงงดการอ่านและเลื่อนนัดไปกับออกหมายจับจำเลยไว้ แต่ต่อมาในวันนั้นเอง จำเลยมาศาลและยื่นคำร้องขอฟังคำพิพากษาเจ้าหน้าที่ศาลได้โทรศัพท์ตามนางสาวแววดาวให้มาฟังคำพิพากษา ศาลชั้นต้นจึงอ่าน