ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2537/2548พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรีโจทก์นายจุฬา ยาคำจำเลย ป.อ. ม. 65 ป.วิ.อ. ม. 195ปัญหาว่าขณะกระทำความผิดจำเลยมีอาการทางจิตหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อจำเลยไม่ได้ยกเหตุว่ามีอาการทางจิตในขณะกระทำความผิดขึ้นอ้างในศาลชั้นต้น จึงไม่มีข้อเท็จจริงที่จะนำมาปรับแก่ข้อกฎหมายได้ ทั้งข้อเท็จจริงดังกล่าวมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 80, 92, 218 (1) เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษมาแล้วจริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 218 (1) ประกอบมาตรา 80 จำคุก 4 ปี เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 5 ปี 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยอายุไม่เกินยี่สิบปี ลดมาตราส่วนโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 76 กึ่งหนึ่ง จำคุก 1 ปี 9 เดือน เพิ่มโทษหนึ่งในสาม เป็นจำคุก 1 ปี 16 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 14 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาโดยอ้างเป็นข้อกฎหมายว่า จำเลยป่วยมีอาการทางจิตในขณะกระทำความผิด ศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะต้องหยิบยก ป.อ. มาตรา 65 มาวินิจฉัยให้จำเลยรับโทษน้อยลงหรือไม่ต้องรับโทษ ถึงแม้จะมิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้นก็ตามนั้น เห็นว่า ปัญหาใดจะเป็นปัญหาข้อกฎหมายหรือไม่นั้น จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงที่ยุติก่อน คดีนี้ปรากฏว่าใน