ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 717/2540
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 717/2540นางสาว ฌมนต์ ลีละยูวะโจทก์นางสาว พรพิมล จันเทร์มะ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1599 ป.วิ.พ. ม. 287, ม. 292ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของ จ. เมื่อ จ.ถึงแก่กรรมไปโดยมิได้ทำพินัยกรรมยกให้ผู้ใด ที่ดินพิพาทจึงย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยสิทธิตามกฎหมายรวมทั้งจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมคนหนึ่งของ จ. จำเลยที่ 2 จึงมีส่วนเป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาทแปลงนี้ด้วย เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดที่ดินพิพาทเพื่อบังคับคดีตามที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอ้างว่าเป็นของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้ อันเป็นการยึดทรัพย์สินโดยชอบแล้ว แม้ที่ดินพิพาทยังมิได้แบ่งปันกันระหว่างจำเลยที่ 2 กับทายาทอื่นก็ไม่ทำให้การยึดทรัพย์ต้องเสียไปเพราะเป็นเรื่องที่ทายาทอื่น ๆ จะต้องขอส่วนแบ่งหรือร้องขอให้กันเงินส่วนของตนออกเมื่อขายทรัพย์แล้วต่อไป โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 2 ย่อมมีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ได้ จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่อนุญาตขายทอดตลาดคดีสืบเนื่องมาจากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระหนี้ และโจทก์ขอบังคับคดีเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 32123 เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีขออนุญาตต่อศาลชั้นต้นเพื่อขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ทรัพย์ที่ยึดปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ยึดถือไว้ในฐานะผู้จัดการมรดกจึงไม่อนุญาตให้ขายทอดตลาดโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการบังคับคดีต่อไปจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์และจำเลยที่ 2รับกันฟังได้ว่า ที่ดินที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบ