ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1806/2540

ประเด็นกฎหมาย

ลูกจ้างรายเดือนลงเวลาทำงานเท็จแต่ไม่ได้ทำงานจริง ถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจให้นายจ้างเสียหายหรือไม่

หลักกฎหมาย

ลูกจ้างรายเดือนได้รับค่าจ้างเป็นอัตราเดือนละแน่นอน ไม่มีการนำจำนวนวันและเวลามาปฏิบัติงานมาเป็นเกณฑ์คำนวณค่าจ้าง การลงเวลาทำงานเท็จจึงมีผลเพียงเป็นการขาดงานหนึ่งกะ ไม่ใช่การแสวงหาประโยชน์ในค่าจ้างโดยไม่ชอบหรือจงใจให้นายจ้างเสียหาย จึงไม่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจทำให้เสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 28,680 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างรายเดือน ได้รับค่าจ้างเดือนละแน่นอน โจทก์ลงเวลาทำงานกะกลางคืนเวลา 19.57 น. ถึง 04.00 น. อันเป็นเท็จ โดยไม่ได้ทำงานจริง แต่การลงเวลาเท็จดังกล่าวมีผลเพียงเป็นการขาดงานหนึ่งกะเท่านั้น

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1806/2540นาย พงษ์พัฒน์ วงศ์ พรหมโจทก์บริษัท อา โอยาม่า ไทย จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 47(1), ข้อ 47(3), ข้อ 47(4)โจทก์เป็นลูกจ้างรายเดือน ได้รับค่าจ้างเป็นอัตราเดือนละตามจำนวนที่กำหนดไว้แน่นอน การคิดค่าจ้างเป็นรายเดือนนี้ย่อมไม่มีการนำจำนวนวันละเวลาที่มาปฏิบัติงานมาเป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่าจ้างในการมาปฏิบัติงานของโจทก์ ดังนี้ หากโจทก์จะขาดงานไปบ้างก็ถือเป็นเพียงการปฏิบัติผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานฐานละทิ้งหน้าที่เท่านั้น การที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างรายเดือนลงเวลามาปฏิบัติงานกะกลางคืนตั้งแต่เวลา 19.57นาฬิกา ถึงเวลา 4 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้นอันเป็นเท็จ ย่อมมีผลเป็นการขาดงานไปหนึ่งกะเท่านั้น กรณียังถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ในค่าจ้างโดยไม่ชอบและประสงค์ให้จำเลยได้รับความเสียหายแก่การผลิต จึงไม่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่และจงใจทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47(1) และ (3) การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์มิได้กระทำความผิดดังกล่าว จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2535 จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำในตำแหน่งแผนกผลิต ได้รับเงินเดือนเดือนละ4,780 บาท กำหนดจ่ายเงินเดือนทุกวันสิ้นเดือน ต่อมาวันที่7 กันยายน 2538 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด และไม่จ่ายค่าชดเชยให้ตามกฎหมาย โจทก์ทำงานมาเกิน 3 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเป็นเงิน 28,680 บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 28,680 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยใ