การเลิกจ้างลูกจ้างที่ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและประมาทเลินเล่อ แต่ไม่ถึงขั้นทุจริตหรือเสียหายร้ายแรง ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่
การที่ลูกจ้างปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและประมาทเลินเล่อโดยมิได้ทุจริต และความเสียหายไม่ถึงขั้นร้ายแรง ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน แต่ไม่ใช่กรณีร้ายแรง นายจ้างจะเลิกจ้างโดยไม่ตักเตือนก่อนไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นกรณีร้ายแรงตามที่กฎหมายกำหนด
ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และให้จำเลยชำระค่าชดเชย ค่าจ้างวันหยุดพักผ่อน และเงินบำเหน็จตามที่ศาลแรงงานกลางกำหนด
โจทก์เป็นสมุหบัญชีอนุมัติจ่ายเงินสดแก่ลูกค้าบัตรเครดิตโดยไม่ได้รับประโยชน์ แต่ไม่ควบคุมพนักงานส่งใบเบิกให้สำนักงานใหญ่ภายในกำหนด ทำให้จำเลยเรียกเก็บเงินจากธนาคารผู้ออกบัตรไม่ได้ แต่ยังมีสิทธิเรียกจากลูกค้าได้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2011/2540นาย สม วง ค์ วัฒนะสุตโจทก์ธนาคาร สห ธนาคาร จำกัด ( มหาชนจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(1), ข้อ 47(2), ข้อ 47(3) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49โจทก์เป็นลูกจ้างธนาคารจำเลย ขณะโจทก์ทำงานเป็นสมุหบัญชีในสาขาธนาคารจำเลยได้อนุมัติให้จ่ายเงินสดแก่ลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตที่มาขอเบิกเงินเป็นการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและประมาทเลินเล่อโดยโจทก์มิได้รับประโยชน์หรือเรียกร้องเอาผลประโยชน์จากการอนุมัติ ย่อมเห็นได้ว่าเป็นการอนุมัติไปตามอำนาจหน้าที่ตามที่เห็นสมควร การที่โจทก์ไม่ควบคุมดูแลพนักงานผู้ใต้บังคับบัญชาของโจทก์ให้ส่งใบเบิกไปให้ส่วนบัตรเครดิต สำนักงานใหญ่ในวันรุ่งขึ้นตามระเบียบของจำเลย หาใช่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่อย่างใดไม่ จำนวนเงินที่โจทก์อนุมัติให้จ่ายแก่ลูกค้าผู้นำบัตรเครดิตมาขอเบิกตามฟ้อง แม้จำเลยจะเรียกเก็บจากธนาคารที่ลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตมาขอเบิกไม่ได้ เนื่องจากล่วงเลยเวลากว่า 120 วันแล้วก็ตาม แต่จำเลยก็ยังมีสิทธิที่จะทวงถามหรือฟ้องบังคับเอาแก่ลูกค้าผู้มาขอเบิกได้ การปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและประมาทเลินเล่อของโจทก์ดังกล่าวจึงยังไม่พอที่จะถือว่าทำให้จำเลยได้รับความเสียหายร้ายแรงและฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีที่ร้ายแรง โจทก์ทำงานตำแหน่งสมุห์บัญชีมีหน้าที่ดูแลการเงินในสาขาของจำเลย การที่โจทก์ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและประมาทเลินเล่อย่อมทำให้จำเลยเสียหาย แม้ความเสียหายดังกล่าวจะยังไม่พอที่จะถือว่าทำให้จำเลยได้รับความเสียหายร้ายแรงก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าการกระทำของโจทก์มีเหตุสมควรและเพียงพอที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ได้ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงมิใช