การขายที่ดินและอาคารที่ซื้อไว้ใช้เป็นสถานประกอบกิจการ เมื่อหมดความจำเป็นแล้วขายไป ถือเป็นการขายทางการค้าหรือหากำไรที่ต้องเสียภาษีการค้าหรือไม่
การขายทรัพย์สินที่ซื้อมาเพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการโดยตรง มิใช่เพื่อการค้าหรือหากำไร แม้ขายไปเมื่อหมดความจำเป็นและได้ราคาสูงขึ้นตามราคาตลาด ก็ไม่ถือเป็นการขายทางการค้าหรือหากำไร จึงไม่ต้องเสียภาษีการค้า
พิพากษายืนตามศาลภาษีอากรกลาง ให้เพิกถอนการประเมินภาษีการค้าและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์
โจทก์ประกอบกิจการค้าปูนซิเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ซื้อที่ดินและอาคารเพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการ ต่อมาเมื่อย้ายสำนักงานใหญ่จึงหมดความจำเป็นและขายที่ดินและอาคารดังกล่าวไป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2387/2540บริษัท ปูนซิเมนต์ ไทย จำกัด ( มหาชนโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.วิ.พ. ม. 51, ม. 55, ม. 180 ป.รัษฎากร ม. 79 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม. 17 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 11 โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้และคดีหมายเลขดำที่ 13/2539ของศาลภาษีอากรกลางพร้อมกับโดยมอบอำนาจให้ อ.เป็นผู้ฟ้องคดีแทนทั้งสองเรื่อง แต่ด้วยความสับสนและผิดหลงได้ติดหนังสือมอบอำนาจทั้งสองฉบับสลับสำนวนกัน และในการยื่นคำคู่ความต่อ ๆ มา เจ้าหน้าที่ศาลก็ยังเผลอติดคำคู่ความสลับสำนวนกันอีก ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้อง ศาลจึงอนุญาตให้นำหนังสือมอบอำนาจที่สลับสำนวนกันมาติดใหม่ให้ถูกต้อง ซึ่งหนังสือมอบอำนาจท้ายสำนวนก็ปรากฏข้อความว่า กรรมการผู้มีอำนาจลงนามแทนโจทก์ได้มอบอำนาจให้ อ. ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องและการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้แก้ไขได้ก็เป็นการอนุญาตให้แก้ไขให้ถูกต้องตามความเป็นจริงชอบที่ศาลจะอนุญาตได้ แม้บริษัทโจทก์จะจัดตั้งขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประกอบกิจการค้าหรือหากำไรก็ตาม แต่การค้าขายโดยปกติของโจทก์เป็นการค้าปูนซิเมนต์และวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆในการก่อสร้าง มิใช่เป็นการค้าขายที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างโจทก์ซื้อที่ดินและอาคารมาโดยมีความมุ่งหมายเพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการค้า ต่อมาเมื่อหมดความจำเป็นจึงขายไปและแม้จะขายได้ราคาสูงกว่าราคาที่ซื้อมาเป็นจำนวนมากก็เป็นไปตามปกติของราคาที่ดินและอาคารที่สูงขึ้นตามกาลเวลาของราคาตลาด หาใช่มีลักษณะเป็นทางการค้าหรือหากำไรจึงยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ขายที่ดินและอาคารตามฟ้องไปเป็นทางการค้าหรือหากำไร โจทก์จึงไม่จำต้องเสียภาษีการค้าตามบัญชี