ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2433/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2433/2540ธนาคาร เพื่อ การเกษตร และ สหกรณ์การเกษตรโจทก์บริษัท ร่วม พัฒนา อุตสาห กิจ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 1390, ม. 1399 ป.วิ.พ. ม. 55ภารจำยอมของโจทก์ถูกรอนสิทธิ์โดยผู้เช่าซึ่งเป็นบริวารของจำเลย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ เจ้าของที่ดินผู้ทรงกรรมสิทธิ์ในที่ดินมีอำนาจจัดการที่ดินของตนได้หากการจัดการนั้นทำให้เกิดการผิดสัญญาเช่าที่ทำไว้กับผู้เช่า ผู้เช่าก็ชอบที่จะฟ้องร้องเรียกให้ปฏิบัติตามสัญญาหากปฏิบัติไม่ได้ก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เช่า โจทก์จดทะเบียนภารจำยอมก็เจ้าของที่ดินตามสิทธิที่เจ้าของที่ดินมีอยู่ แม้ ย. จะทรงสิทธิการเช่าอยู่ก่อน ก็ไม่ทำให้สิทธิที่โจทก์ได้มาเสียไปหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ โจทก์ฟ้องคดีก่อนครบกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่โจทก์จดทะเบียนการได้มาซึ่งภารจำยอม และเหตุที่โจทก์ไม่สามารถใช้สิทธิได้เต็มตามภารจำยอมที่ได้จดทะเบียนไว้ก็เป็นเพราะผู้เช่าและผู้เช่าช่วงซึ่งเป็นบริวารของจำเลยได้กระทำการรอนสิทธิโจทก์ มิใช่เป็นเพราะโจทก์ไม่ประสงค์จะใช้สิทธิเต็มตามภารจำยอม ภารจำยอมของโจทก์จึงหาได้สิ้นไปไม่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 2109โดยซื้อมาจากนางดวงกมล พูลรักษ์ และนางดวงกมลซื้อมาจากนางอมรา เหรียญสุวรรณ ที่ดินดังกล่าวมีนายยันต์ชัย สงวนดีกุลเป็นผู้เช่าและบริษัทเอสโซ่สแตนดาร์ด ประเทศไทย จำกัดเป็นผู้เช่าช่วง โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 13101โดยซื้อมาจากนางอมรา และนางอมราได้ทำบันทึกข้อตกลงภารจำยอมบางส่วนให้ไว้แก่โจทก์ โดยนางอมราตกลงว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 2109 ตกเป็นภารจำยอมเรื่องใช้เป็นทางเดินวางสายไฟฟ้า น้ำประปา ท่อระบายน้ำและโทรทัศน์แก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 13101 ขนาดกว้าง 8 เมตร ลึก 30 เมตรและได้จดทะเบียน