ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2694/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2694/2540ธนาคาร อาคาร สงเคราะห์โจทก์พัน ตำรวจ ตรี สัญชัย อรชรจำเลย ป.พ.พ. ม. 148 วรรคสาม, ม. 379ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379การที่จะเรียกเบี้ยปรับแก่กัน คู่สัญญาจะต้องตกลงกันกำหนดเบี้ยปรับไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะมีการไม่ชำระหนี้คดีนี้ตามหนังสือสัญญากู้เงินซึ่งมีข้อความว่า "ผู้กู้ยินยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้เป็นรายเดือนสำหรับเงินกู้ตามสัญญานี้ในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี แต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่ผู้ให้กู้จะต้องเพิ่มอัตราดอกเบี้ยแล้ว ผู้กู้ยินยอมให้ผู้ให้กู้เพิ่มอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าที่กำหนดดังกล่าวเมื่อใดก็ได้แต่ไม่เกินอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งนี้ผู้ให้กู้ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้า" ข้อความดังกล่าวเป็นข้อตกลงในเรื่องดอกเบี้ยเงินกู้ตามสัญญาและโจทก์ผู้ให้กู้มีสิทธิคิดดอกเบี้ยสูงถึงอัตราร้อยละ 19 ต่อปีในระหว่างสัญญาได้ ไม่ว่าจำเลยผู้กู้จะผิดนัดหรือไม่ก็ตามการคิดดอกเบี้ยของโจทก์จึงเข้าลักษณะเป็นดอกผลนิตินัยที่โจทก์พึงได้รับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 148 วรรคสาม กรณีไม่อาจอนุโลมเป็นเบี้ยปรับได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้เงินไปจากธนาคารโจทก์ 4,000,000 บาท ยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี จะชำระดอกเบี้ยและผ่อนต้นเงินตามสัญญาให้โจทก์เป็นรายเดือนทุกเดือนเดือนละไม่ต่ำกว่า 48,950 บาท ทุกวันสิ้นเดือน โดยนำที่ดินโฉนดเลขที่ 10230 และ 10231 พร้อมสิ่งปลูกสร้างจดทะเบียนจำนองไว้กับโจทก์ในวงเงิน 4,000,000 บาท ปรากฏว่าจำเลยผิดนัดไม่ได้ชำระหนี้ให้โจทก์ทุกเดือนตามสัญญา โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ที่ค้างชำระทั้งหมดและไถ่ถอนจำนองแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนด