ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2892/2540
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2892/2540นาย ยัง บรมทองชุ่ม กับพวกโจทก์นาง มุ้ย แซ่ ตัน กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 141 วรรคสอง พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม. 20 วรรคสอง, ม. 24ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 20 วรรคสองบัญญัติไว้ว่า คดีใดซึ่งศาลฎีกาได้พิจารณาพิพากษาแล้วคู่ความหามีสิทธิที่จะทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาคัดค้านคดีนั้นต่อไปอีกไม่ ดังนั้น คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีนี้จึงเป็นอันถึงที่สุดแล้ว จะร้องคัดค้านหรือขอให้เพิกถอนหาได้ไม่ ผู้พิพากษาศาลฎีกาอีก 2 คนที่ได้ลงนามในต้นร่างคำพิพากษาแล้วแต่ได้เกษียณอายุราชการ 1 คน และย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่น 1 คน ก่อนที่จะลงลายมือชื่อในคำพิพากษาดังบันทึกของประธานศาลฎีกาต่อท้ายคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวการที่องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาลงลายมือชื่อไว้ในต้นร่างคำพิพากษาย่อมแสดงแจ้งชัดแล้วว่าองค์คณะดังกล่าวมีความเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษานั้น เมื่อประธานศาลฎีกาจดแจ้งเหตุที่พิพากษาคนนั้นมิได้ลงลายมือชื่อโดยอ้างถึงการลงลายมือชื่อในต้นร่างคำพิพากษาเป็นสำคัญ จึงเป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 141 วรรคสองถือได้ว่ามีการร่วมปรึกษาครบองค์คณะตามกฎหมายและเป็นคำพิพากษาที่ชอบด้วยกฎหมายแล้วคดีสืบเนื่องจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งแปดโอนขายที่ดินแก่โจทก์ทั้งสองคนละ 25 ไร่ ในราคาไร่ละ 10,000 บาท หากไม่โอนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งแปดจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องคัดค้านคำพิพากษาศาลฎีกา และขอทุเลาการบังคับคดีหรืองดการบังคับไว้ก่อนจนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยคดีนี้ตามที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาไว้แล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุตามกฎหมายให้ยื่นคำร้องได้ให้ยกคำร้องจำเลยที่ 3 อุทธรณ์เฉพาะปั