ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2997/2540

ประเด็นกฎหมาย

ความผิดฐานช่วยซ่อนเร้นหรือรับไว้ซึ่งของที่นำเข้าโดยหลีกเลี่ยงข้อห้ามตามกฎหมายศุลกากร จำเลยไม่ต้องนำสืบว่าเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์เป็นสินค้าต้องห้ามหรือไม่

หลักกฎหมาย

เมื่อมีประกาศกระทรวงพาณิชย์กำหนดให้เครื่องเลื่อยโซ่ยนต์เป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้า เว้นแต่ได้รับอนุญาตหรือนำเข้ามาก่อนประกาศใช้บังคับ หากจำเลยไม่นำสืบให้เห็นว่าเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ของกลางนำเข้าโดยถูกต้อง ก็ต้องฟังว่าเป็นสินค้าต้องห้าม โจทก์ไม่จำต้องนำสืบอีก

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 27 ทวิ ด้วย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยทั้งสองใช้เครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ยี่ห้อสติลพร้อมบาร์และโซ่แปรรูปไม้หวงห้าม โดยเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ดังกล่าวเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 91 พ.ศ. 2521 และจำเลยไม่สามารถนำสืบได้ว่าเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์นำเข้าโดยถูกต้อง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2997/2540พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด หล่มสักโจทก์นาย สัมฤทธิ์ ขุน หีบ กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 174 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 27 ทวิ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 91 (พ.ศ.2521) เครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ยี่ห้อสติลพร้อมบาร์และโซ่ ซึ่งจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันใช้แปรรูปไม้หวงห้ามในคดีนี้ เป็นสินค้าที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรมิได้ เว้นแต่สินค้าดังกล่าวได้บรรทุกในยานพาหนะเพื่อส่งจากต่างประเทศต้นทางมายังประเทศไทยก่อนวันที่ประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 91พ.ศ. 2521 ใช้บังคับ หรือได้รับหนังสืออนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดังนั้น เมื่อจำเลยทั้งสองมิได้นำสืบให้เห็นว่าเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ พร้อมอุปกรณ์ของกลางในคดีนี้ เป็นสินค้าที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยถูกต้องเช่นนี้ก็ต้องฟังว่าเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์พร้อมอุปกรณ์ของกลางเป็นสินค้าต้องห้ามตามกฎหมาย เพราะมีประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 91 พ.ศ. 2521 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วกำหนดไว้อย่างชัดเจนโจทก์จึงไม่จำต้องนำสืบอีกโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 4, 7, 47, 48, 73, 74 ทวิ, 74 จัตวา, 75 พระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. 2469 มาตรา 2, 27 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91ริบของกลางและจ่ายสินบนนำจับตามกฎหมายจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง, 73 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยที่ 2 อายุ 16 ปีลดมาต