การที่ลูกจ้างด่าผู้บังคับบัญชาว่า 'ตอแหล' ต่อหน้าพนักงานอื่น เป็นความผิดร้ายแรงหรือไม่
การกระทำของลูกจ้างที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานซึ่งนายจ้างจัดไว้ในหมวดวินัยและความประพฤติทั่วไป มิใช่หมวดความผิดร้ายแรง ย่อมไม่เป็นความผิดกรณีร้ายแรง แม้การกระทำนั้นจะเป็นการด่าผู้บังคับบัญชาก็ตาม
พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 26,100 บาทแก่โจทก์
โจทก์ด่านางสาวสมปองผู้บังคับบัญชาว่า 'ตอแหล' ต่อหน้าพนักงานอื่นในสถานที่ทำงาน ขณะที่นางสาวสมปองสั่งห้ามพนักงานพูดเสียงดัง ระเบียบข้อบังคับของจำเลยแยกหมวดวินัยทั่วไปกับหมวดความผิดร้ายแรงออกจากกัน และการกระทำดังกล่าวอยู่ในหมวดวินัยทั่วไป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3184/2540นาง พรรณี เผ่าสาโจทก์บริษัท อินเตอร์เฟิร์น จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4)โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยได้ด่า ส. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์ว่า "ตอแหล" ต่อหน้าพนักงานอื่นในสถานที่ทำงานขณะที่ ส.สั่งห้ามพนักงานพูดเสียงดังการที่โจทก์ด่าส.โดยใช้ถ้อยคำว่า "ตอแหล" ซึ่งมีความหมายว่าเป็นคนพูดเท็จอันเป็นการแสดงกิริยากระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาด้วยการใช้วาจาดูหมิ่น เหยียดหยามและก้าวร้าว เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยซึ่งจำเลยได้จัดไว้ในหัวข้อเรื่องวินัยและความประพฤติทั่วไปของพนักงาน แยกต่างหากจากหัวข้อเรื่องความผิดร้ายแรงซึ่งได้ระบุการกระทำที่เป็นความผิดร้ายแรงไว้โดยเฉพาะ ซึ่งแสดงว่าจำเลยไม่ได้ถือว่าการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานดังกล่าวเป็นความผิดกรณีร้ายแรงแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อปรับการกระทำของโจทก์กับระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยดังกล่าวแล้ว การกระทำของโจทก์เป็นเพียงฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีทั่วไป หาเป็นความผิดกรณีร้ายแรงไม่ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยเตือนโจทก์เป็นหนังสือมาก่อน จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้องจ่ายค่าชดเชยตามข้อ 46 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยเมื่อวันที่7 ตุลาคม 2538 จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า อันเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจำเลยจึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าคิดเป็นเงิน3,480 บาท โจทก์ทำงานให้จำเลยติดต่อกันครบ 3 ปีแล้ว จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากจำเลยคิดเป็นเงิน 26,100 บาท และโจทก์ได้รับความเ