ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4123/2540กรมชลประทานโจทก์นาย สม ชาย ปัญญา ลัก ษณ์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 327 วรรคสาม, ม. 420, ม. 698, ม. 699, ม. 700, ม. 701แม้ผู้ค้ำประกันสัญญาว่าจ้างจะได้รับการเวนคืนหนังสือค้ำประกันสัญญาว่าจ้างซึ่งเป็นเอกสารแห่งหนี้ เข้าข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 327 วรรคสาม ว่า หนี้เป็นอันระงับสิ้นไปแล้วก็ตาม แต่ข้อสันนิษฐานดังกล่าวมิใช่ข้อสันนิษฐานเด็ดขาด เมื่อผู้รับจ้างยังมิได้ชำระหนี้ตามสัญญาว่าจ้างแก่โจทก์ ทั้งไม่ปรากฏว่าหนี้ดังกล่าวระงับไปด้วยเหตุประการอื่น และกรณีไม่ต้องด้วยบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยความระงับสิ้นไปแห่งการค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 698 ถึง 701 โจทก์ยังมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้ค้ำประกันรับผิดตามหนังสือค้ำประกันสัญญาว่าจ้างได้ก็ตาม แต่หากธนาคารคืนหลักทรัพย์ที่ผู้รับจ้างนำมาวางเป็นหลักประกัน เนื่องจากผู้รับจ้างนำหนังสือค้ำประกันมาคืนธนาคารมีสิทธิที่จะปฏิเสธความรับผิดตามสัญญาค้ำประกันโดยเฉพาะคดีนี้เจ้าหน้าที่และลูกจ้างของโจทก์คือจำเลยทั้งสามคืนหนังสือค้ำประกันให้แก่ผู้รับจ้างไปเองยากที่โจทก์จะให้ธนาคารผู้ค้ำประกันรับผิด ถือได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายแล้วจำเลยทั้งสามจึงต้องมีส่วนรับผิดตามสัญญาว่าจ้างร่วมกับผู้รับจ้างโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นข้าราชการในสังกัดของโจทก์ จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างประจำของโจทก์โจทก์ทำสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างกับห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลประสิทธิ์สุพรรณรวม 3 สัญญา คือสัญญาที่ กจ.23/2521สัญญาที่ กจ.8/2525 และสัญญาที่ กจ.2/2526 โดยห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลประสิทธิ์สุพรรณผู้รับจ้างนำหนังสือค้ำประกันสัญญาของธนาคารนครหลวงไทย จำกัด จำนวน 3 ฉบับมาให้โจทก์ยึ