ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4552/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4552/2540นาย ปริยุทธ สายอรุ ณโจทก์พันโท ประจวบ จรูญรัตน์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 456, ม. 554, ม. 560, ม. 1599จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทจากมารดาโจทก์เพื่อปลูกสร้างเป็นสถานที่ประกอบการค้าอาหาร มีกำหนด 5 ปีนับแต่วันทำสัญญาดังกล่าวค่าเช่าเดือนละ 2,500 บาท ต่อมามารดาโจทก์ได้ทำบันทึกตกลงจะขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยและข้อความในบันทึกดังกล่าวเข้าแบบเป็นหนังสือตกลงจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสองมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย ดังนี้ แม้จำเลยจะไม่ได้ชำระค่าเช่าแก่โจทก์ตามสัญญาเช่าที่ทำไว้ก็ตาม โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกและผู้รับโอนมรดกที่ดินแปลงพิพาทมาจากมารดาโจทก์ก็ย่อมไม่มีสิทธิที่จะฟ้องร้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเพราะเหตุที่จำเลยผิดสัญญาเช่าได้เพราะสิทธิตามสัญญาเช่าระหว่างมารดาโจทก์กับจำเลยได้ยกเลิกไปโดยปริยายและเกิดข้อผูกพันตามสัญญาจะซื้อจะขายที่มารดาโจทก์ผู้จะขายตกลงยินยอมให้จำเลยผู้จะซื้อเข้าครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินพิพาทก่อนที่จะมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ กรณีเช่นนี้โจทก์จะต้องไปบังคับว่ากล่าวแก่จำเลยตามสัญญาจะซื้อจะขายนั้นต่อไปโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 684เนื้อที่ 1 งาน 64 ตารางวา ราคาประมาณ 8,200,000 บาทโดยรับโอนมรดกจากนางเปรมวดี สายอรุณ มารดาและโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2531จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าวจากมารดาโจทก์เพื่อปลูกสร้างอาคารประกอบการค้าอาหาร มีกำหนด 5 ปี นับแต่วันทำสัญญาค่าเช่าเดือนละ 2,500 บาท จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นบริวารโดยเป็นบุตรของจำเลยที่ 1 หลังจากทำสัญญาจำเลยที่ 1 ไม่ได้ปลูกสร้างอาคารเพื่อใช้ประกอบ