ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5462/2540

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาจ้างระหว่างรัฐวิสาหกิจกับพนักงานที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน อาจไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยหากเป็นงานครั้งคราว แต่ถ้าเป็นงานประจำ ถือเป็นการเลิกจ้าง ต้องจ่าย

หลักกฎหมาย

สัญญาจ้างที่มีกำหนดเวลาระหว่างรัฐวิสาหกิจกับพนักงานอาจมีได้และไม่อยู่ในบังคับแห่งข้อ 45 วรรคหนึ่ง หากเป็นการจ้างเพื่อทำงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราว เป็นการจร เป็นไปตามฤดูกาล หรือเป็นงานตามโครงการ แต่ถ้าเป็นงานประจำ การไม่ต่อสัญญาจ้างถือเป็นการเลิกจ้าง ต้องจ่ายค่าชดเชย และรัฐวิสาหกิจมีหน้าที่กำหนดวันห

คำวินิจฉัย

พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 28,260 บาท และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีจำนวน 471 บาท แก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทำงานเป็นพนักงานขับรถของจำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ทำงานต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2533 โดยมีสัญญาจ้างรายปี จำเลยไม่ต่อสัญญาจ้างในปี 2539 และอ้างว่าสัญญาสิ้นสุดตามกำหนด ศาลฟังข้อเท็จจริงว่างานที่โจทก์ทำเป็นงานประจำ มิใช่งานครั้งคราว จำเลยไม่เคยให้โจทก์หยุดพักผ่อนประจำปี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5462/2540นาย สุเมธ สุวรรณรังษีโจทก์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์จำเลย ระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2534 ข้อ 8, ข้อ 20, ข้อ 21, ข้อ 45, ข้อ 46สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาระหว่างรัฐวิสาหกิจกับพนักงานอาจมีได้และไม่อยู่ในบังคับแห่งระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจพ.ศ. 2534 ที่กำหนดเกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงานรัฐวิสาหกิจที่ถูกเลิกจ้างไว้ในข้อ 45 วรรคหนึ่งโดยกำหนดให้รัฐวิสาหกิจจ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงานในกรณีที่เลิกจ้าง ตามความในวรรคสามที่กำหนดข้อยกเว้นไว้ว่า"ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การจ้างพนักงานเพื่อทำงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราว เป็นการจร เป็นไปตามฤดูกาลหรือเป็นงานตามโครงการซึ่งรัฐวิสาหกิจและพนักงานตกลงทำสัญญาจ้างเป็นหนังสือโดยมีกำหนดวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดของการจ้างไว้และให้หมายความรวมถึงกรณีที่สัญญาจ้างดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้วแต่งานยังไม่แล้วเสร็จ หากรัฐวิสาหกิจและพนักงานจะตกลงต่อสัญญาจ้างกันอีก ระยะเวลาการจ้างทั้งสิ้นรวมแล้วจะต้องไม่เกินระยะเวลาการจ้างตามที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างฉบับแรกด้วย ศาลแรงงานฟังข้อเท็จจริงว่ารัฐวิสาหกิจจำเลยประกอบธุรกิจและมีวัตถุประสงค์ในการรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ให้แก่บุคคลทั่วไป จำเลยจ้างโจทก์ให้ทำหน้าที่ขับรถยนต์ งานที่จำเลยให้โจทก์ทำไม่มีลักษณะเป็นครั้งคราวเป็นการจรเป็นไปตามฤดูกาลหรือเป็นงานตามโครงการ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ตามระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจพ.ศ. 2534