ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5543/2540

ประเด็นกฎหมาย

การขายทรัพย์สินต่ำกว่าราคาตลาดโดยมีเหตุอันสมควร และการขายอสังหาริมทรัพย์อันเนื่องมาจากเลิกกิจการไม่ถือเป็นการค้าหรือหากำไร

หลักกฎหมาย

การขายทรัพย์สินต่ำกว่าราคาตลาด หากมีเหตุผลอันสมควร เช่น การขายเหมาหลายรายการโดยมีรายการที่ขายสูงกว่าทุน และมีเงื่อนไขอื่นที่เป็นประโยชน์ เจ้าพนักงานประเมินจะประเมินราคาขายใหม่ตามมาตรา 65 ทวิ(4) ไม่ได้ การขายอสังหาริมทรัพย์เนื่องจากการเลิกกิจการ แม้จะมีวัตถุประสงค์ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แต่หากไม่เคยซ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลภาษีอากรกลาง ให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีการค้าพร้อมคำวินิจฉัยอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ขายทรัพย์สินรวม 5 รายการ โดยรายการที่สองขายต่ำกว่าทุน แต่เป็นการขายเหมาที่มีรายการอื่นขายสูงกว่าทุน และมีเงื่อนไขให้ผู้ซื้อรับคนงานทำให้โจทก์ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยประมาณ 7,000,000 บาท โจทก์เลิกกิจการเนื่องจากปัญหาต่าง ๆ และสัญญาเช่าที่ดินใกล้สิ้นสุด ทำให้หาคนซื้อได้ยาก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5543/2540บริษัท เต็ก แสง ยางพารา จำกัดโจทก์นาย ไพบูลย์ บุญ แก้ว สุข กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 65 ทวิ (4), บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 11 บริษัทโจทก์ประสบปัญหาต่าง ๆ เช่นผู้ถือหุ้นเดิมต้องการถอนหุ้นคืน มีคนร้ายขู่เรียกค่าคุ้มครองจนผู้จัดการบริษัทโจทก์ลาออก ในที่สุดที่ประชุมผู้ถือหุ้นและกรรมกรรมของโจทก์จึงมีมติให้เลิกกิจการและขายทรัพย์สินของโจทก์ทั้งหมดโดยเฉพาะทรัพย์สินรายการที่สองซึ่งเป็นโรงงานนั้นตั้งอยู่บนที่ดินที่เช่ามาจากบริษัทล.ซึ่งสัญญาเช่าที่ดินจะสิ้นสุดลงในวันสิ้นปีนั้นเอง จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หาคนซื้อทรัพย์สินรายการที่สองได้ยาก เพราะไม่มีความแน่นอนว่าผู้ให้เช่าที่ดินจะให้เช่าต่อหรือไม่ โจทก์ไม่อยู่ในฐานะที่มีอำนาจต่อรองราคากับผู้ซื้อ จึงตกลงขายทรัพย์สินตามรายการที่สองถึงที่ห้าให้แก่บริษัทย. ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบริษัทโจทก์อยู่ด้วย โดยตกลงขายทรัพย์สินรายการที่สองถึงห้าให้ในลักษณะเป็นการเหมา ซึ่งมีทั้งรายการที่ขายต่ำกว่าราคาทุนและรายการที่ขายสูงกว่าต้นทุนมาก เช่นทรัพย์สินตามรายการที่สี่ เครื่องมือเครื่องใช้ขายไปในราคา7,793,000 บาท ราคาต้นทุน 2,438,762.29 บาท สูงกว่าราคาต้นทุนถึง 5,354,237.71 บาท สำหรับการขายโรงงานซึ่งเป็นทรัพย์สินตามรายการที่สองนั้นโจทก์ขายให้บริษัท ย.ในราคา 13,149,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ซื้อจะต้องรับคนงานทั้งหมดของโจทก์เข้าไปทำงานด้วยทำให้โจทก์ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานเป็นเงินจำนวนประมาณ7,000,000 บาท เมื่อเทียบจำนวนเงินที่โจทก์ไม่ต้องจ่ายดังกล่าวและราคาที่โจทก์ขายทรัพย์สินรายการที่สี่ได้สูงกว่าราคาต้นทุนดังกล่าวแล้ว ฟังได้ว่าโจทก์ขายทรัพย์สินตามรายกา