ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7108/2540

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างพนักงานโดยอ้างเหตุบกพร่องต่อหน้าที่ที่สาขาชุมพร หลังจากเคยลงโทษตัดเงินเดือนจากเหตุบกพร่องที่สาขาระนอง ถือเป็นการลงโทษซ้ำซ้อนหรือไม่ และเป็น

หลักกฎหมาย

การลงโทษทางวินัยและการเลิกจ้างเป็นคนละกรณี หากเหตุแห่งการลงโทษและการเลิกจ้างเกิดจากสถานที่และเวลาต่างกัน ย่อมไม่เป็นการลงโทษซ้ำซ้อน การเลิกจ้างที่มีสาเหตุอันสมควรจึงไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางที่ยกฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างไม่เป็นการลงโทษซ้ำซ้อนและเป็นการเลิกจ้างที่มีสาเหตุอันสมควร มิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นพนักงานจำเลย ถูกสอบสวนและลงโทษตัดเงินเดือนจากความบกพร่องที่สาขาระนอง ต่อมาถูกสอบสวนอีกครั้งและถูกเลิกจ้างจากความบกพร่องที่สาขาชุมพร ซึ่งเป็นคนละสาเหตุกัน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7108/2540นาย สำเริง กลิ่นห้าวหาญโจทก์ธนาคาร เพื่อ การเกษตร และ สหกรณ์การเกษตรจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46การที่จำเลยสั่งตัดเงินเดือนโจทก์เกิดจากสาเหตุโจทก์ประมาทเลินเล่อและบกพร่องต่อหน้าที่ในการปฏิบัติงานที่สาขาระนอง ส่วนการเลิกจ้างโจทก์นั้นเกิดจากสาเหตุการบกพร่องต่อหน้าที่ในการปฏิบัติงานของโจทก์ที่สาขาชุมพรดังนั้น การเลิกจ้างโจทก์จึงไม่ใช่มาจากสาเหตุที่โจทก์บกพร่องต่อหน้าที่ ณ สาขาระนอง การที่จำเลยสั่งเลิกจ้างโจทก์จึงไม่เป็นการซ้ำซ้อนกับการลงโทษตัดเงินเดือนโจทก์ที่เกิด ณ สาขาระนองแต่อย่างใด การเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างที่มีสาเหตุอันสมควร มิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีสาเหตุและไม่เป็นธรรมแก่โจทก์อันเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากโจทก์ขาดเงินได้และโบนัสเป็นเวลา 6 ปี เป็นเงิน 3,947,520 บาทค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี เป็นเงิน 27,413.33 บาทเงินโบนัสประจำปี 2538-2539 เป็นเงิน 43,739.97 บาท รวมเป็นเงิน4,018,673.30 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า การเลิกจ้างโจทก์มิได้เป็นการกลั่นแกล้งทั้งเป็นธรรมแก่โจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย เงินโบนัสและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีอีก ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เป็นพนักงานจำเลยตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2510 ครั้งสุดท้ายโจทก์ดำรงตำแหน่งนักบริหาร 11 กองบริหารงานบุคคล ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ41,120 บาท ระหว่างเดือนเมษายน 2534 ถึงตุลาคม 2536 โจ