ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 778/2541นาย อรุณ ไกร สุวรรณ สาร กับพวกโจทก์นาย เบญ จะ เพชร คล้าย กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 374, ม. 1387, ม. 1401 ป.วิ.พ. ม. 55ภารจำยอมย่อมเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์เท่านั้น โดยอสังหาริมทรัพย์ที่ได้สิทธิภารจำยอมนั้นเรียกสามยทรัพย์ ส่วนอสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกอยู่ในภารจำยอมนั้นเรียกภารยทรัพย์ ผู้ที่จะฟ้องบังคับภารจำยอมได้จึงต้องเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น เมื่อปรากฏว่าขณะฟ้องคดีนี้โจทก์ได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินสามยทรัพย์ให้บุคคลอื่นไปแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยผู้เป็นเจ้าของภารยทรัพย์ แม้ตามสัญญาให้ทางผ่านที่ดินระบุว่าหากที่ดินของโจทก์ได้โอนไปยังบุคคลหนึ่งบุคคลใด จ.ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทเดิมยินยอมให้ใช้ทางนั้นเป็นทางผ่านสัญจรไปมาได้ก็ตาม และบุคคลภายนอกผู้รับโอนที่ดินจากโจทก์ไปจะมีสิทธิอย่างไรก็เป็นเรื่องที่บุคคลภายนอกผู้รับโอนที่ดินจากโจทก์ไปจะไปใช้สิทธินั้นเองเมื่อยังไม่ปรากฏชัดแจ้งว่ามีการไม่ชำระหนี้แก่บุคคลภายนอกนั้นโจทก์ที่ 1 ย่อมไม่มีอำนาจใช้สิทธิดังกล่าวนั้นแทนได้โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า เมื่อปี 2521 โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 62 ได้ทำหนังสือสัญญาให้ทางผ่านที่ดินกับนายเจิม เพชรคล้าย เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 43ตกลงให้โจทก์ที่ 1 มีสิทธิผ่านที่ดินซึ่งมีสภาพเป็นถนนอยู่แล้วกว้างประมาณ 10 เมตร ยาวประมาณ 600 เมตร สูง 1 เมตรมีกำหนดระยะเวลานับแต่วันทำสัญญาถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2524โดยโจทก์ที่ 1 เสียค่าตอบแทน 50,000 บาท ต่อมานายเจิมถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นทายาทจึงรับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินเมื่อสัญญาให้ทางผ่านที่ดินดังกล่าวได้สิ้นสุดลง โจทก์ที่ 1ซึ่งมีที่ดินอยู่ด้านในหลา