ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 956/2541

ประเด็นกฎหมาย

การกำหนดดอกเบี้ยในสัญญากู้ยืมเงินของธนาคารพาณิชย์ในอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราสำหรับลูกค้าผิดนัด แต่ใช้กับลูกค้าทั่วไป ขัดต่อพระราชบัญญัติห้า

หลักกฎหมาย

การกำหนดดอกเบี้ยในสัญญากู้ยืมเงินของธนาคารพาณิชย์ต้องเป็นไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย โดยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 18.5 ต่อปีเป็นอัตราสำหรับลูกค้าผิดนัด มิใช่อัตราทั่วไป หากธนาคารนำอัตรานี้มาใช้กับลูกค้าทั่วไป ถือเป็นการกำหนดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ขัดต่อพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์จำนวน 200,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี โดยจำเลยเป็นลูกค้าทั่วไป มิใช่ลูกหนี้ผิดนัด ต่อมาจำเลยผิดนัดชำระหนี้ โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นอัตราสำหรับลูกค้าผิดนัดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย มิใช่อั

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 956/2541ธนาคาร ทหาร ไทย จำกัด ( มหาชนโจทก์นางสาว วา สนา ดิลกวิวัตรจำเลย ป.พ.พ. ม. 654 ป.วิ.พ. ม. 248 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 แม้โจทก์ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์จะมีสิทธิคิดดอกเบี้ยเงินกู้ได้ในอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปีตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ยและส่วนลด ซึ่งอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นอัตราที่โจทก์สามารถคิดได้แต่เฉพาะกับลูกหนี้ซึ่งผิดนัดชำระหนี้หรือปฏิบัติผิดเงื่อนไขของสัญญากู้มิใช่อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าทั่วไป ซึ่งตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยในขณะนั้นกำหนดไว้ไม่เกินอัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี แต่ขณะทำสัญญาโจทก์คิดดอกเบี้ยกับจำเลยซึ่งเป็นลูกค้าทั่วไปในอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี จึงเป็นการคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยและเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ขัดต่อพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 ดอกเบี้ยดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ คดีโจทก์มีทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งเมื่อโจทก์นำสืบยืนยันว่าโจทก์คิดดอกเบี้ยกับจำเลยในอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี การที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์คิดดอกเบี้ยกับจำเลยเพียงในอัตราร้อยละ 13.5 ต่อปี จึงเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่โจทก์ฟ้องและนำสืบซึ่งศาลอุทธรณ์รับฟังมาเป็นการต้องห้ามโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์จำนวน 200,000 บาทยอมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี และยอมให้โจทก์ปรับอัตราดอกเบี้ยได้ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยตกลงผ่อนชำระต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นรายเดือน โดยนำห้องชุดจดทะเบียนจำนองเป็นป